|
|
|
ลำดับสถานการณ์วิกฤตข้าวไทย ปี 2551 |
<< กลับหน้าแรก
<< กลับหน้ารวมข่าว
กรมการข้าวออกพันธุ์ข้าวลูกผสมสู้ซีพี , 24 กันยายน 2550 - นาง สำลี บุญญาวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าว เปิดเผยว่า ปี 2551 กรมการข้าวจะนำผลงานวิจัยพันธุ์ข้าวลูกผสมใหม่ ให้เกษตรกรปลูก 2 สายพันธุ์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการดำเนินธุรกิจ เพื่อแข่งขันกับการจำหน่ายพันธุ์ข้าวของเอกชน ที่มีการวิจัยและผลิตจำหน่ายก่อนกรมการข้าว แต่ราคาพันธุ์ข้าวของกรมจะขายต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไป เนื่องจากเป็นข้อจำกัดทางราชการ โดยกรมจะขอทุนสนับสนุนทางวิชาการจากสำนักงานพัฒนาการการเกษตร (สวก.) เพื่อใช้ลิขสิทธิ์ร่วมกัน ทั้งนี้พันธุ์ข้าวลูกผสมของกรมมีด้อยกว่าพันธุ์ปทุมธานีเล็กน้อย คือไม่มีความหอม แต่มีความนุ่มเท่าพันธุ์ข้าวปทุมธานี ส่วนใหญ่นำไปแปรรูปในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มากกว่า ไม่เหมาะสำหรับรับประทาน ซึ่งมั่นใจว่าให้ผลผลิตต่อไร่สูงมากไม่ต่ำกว่า 1,500 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่พันธุ์ข้าวทั่วไปให้ผลผลิต 700-800 กิโลกรัมต่อไร่ ด้านนางสาว อรพิน วัฒเนสก์ นักวิชาการเกษตร 8 ว. ระบุว่าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด ( ซีพี) เตรียมออกจำหน่ายในปี 2551 เช่นเดียวกัน 2 พันธุ์ ซึ่งพันธุ์ของซีพีใกล้เคียงกับพันธุ์ชัยนาท 1 ขณะนี้ปลูกทดลองอยู่ที่ จ.กำแพงเพชร ซึ่งพันธุ์ข้าวลูกผสมของกรม รับประกันให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ปกติไม่ต่ำกว่า 20% แน่นอน ส่วนราคาขายทราบว่าทางซีพีจะขายราคากิโลกรัมละ 100 บาท แต่ของกรมอาจขายให้เกษตรกรเพื่อนำไปเพาะปลูกในราคากิโลกรัมละกว่า 50 บาท ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ว่าจะทำได้มากน้อยเพียงใด หากผลิตได้มากต้นทุนก็จะยิ่งต่ำ สามารถขายให้เกษตรกรในราคาถูกได้
กรมการค้าต่างประเทศประเมินภาพรวมส่งออกข้าว , ตุลาคม 2550 - นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯกำลังประเมินภาพรวมผลผลิตข้าวโลกในปี 2551 เนื่องจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปริมาณผลผลิตข้าวโลกลดลง แต่ความต้องการบริโภคข้าวของโลกกลับมามีปริมาณเพิ่มขึ้น ดังนั้น เชื่อว่าในปีหน้า สต็อกข้าวโลกน่าจะมีปริมาณลดลงจากปีนี้ จากปัญหาภัยธรรมชาติที่กระทบต่อผลผลิตข้าวในหลายประเทศตึงตัว อยู่ที่ 418.2 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการบริโภคข้าวโลกอยู่ที่ 415.5 ล้านตัน จึงเป็นโอกาสของประเทศผู้ผลิตข้าวไทยเองน่าจะส่งออกได้เพิ่ม ความต้องการของผู้นำเข้ายังมีมาก ในปีนี้น่าจะส่งออกได้เฉียด 8.5 ล้านตันตามเป้าที่วางไว้ ขณะที่ภาวะส่งออกข้าวไทยตั้งแต่เดือนม.ค.-ก.ย. 50 มีปริมาณทั้งสิ้น 6.44 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 79, 467 ล้านบาท โดยเดือนก.ย.ส่งออกได้ 820, 000 ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนส.ค.เกือบ 200, 000 ตัน หากช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค.ส่งออกในระดับเดียวกันนี้เชื่อว่าทั้งปีจะได้ใกล้เคียง 8.5 ล้านตัน
กขช.ไม่เปิดรับจำนำข้าวเหนียวซึ่งแพงกว่าข้าวหอมมะลิ , 10 ตุลาคม 2550 - นาย เกริกไกร จีระแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.) อนุมัติการแทรกแซงราคาข้าวนาปีฤดูกาลผลิต 2550/2551 ซึ่งจะรับจำนำข้าวไม่เกิน 8 ล้านตันข้าวเปลือก โดยมีราคารับจำนำข้าวหอมมะลิตันละ 9,000-9,300 บาท เพิ่มขึ้นตันละ 300 บาท เมื่อเทียบกับฤดูกาลผลิตที่แล้ว ที่รับจำนำตันละ 8,700-9,000 บาท จะไม่มีการเปิดรับจำนำข้าวเหนียว เพราะราคาตลาดในขณะนี้อยู่ที่ตันละ 12,600-12,800 บาท ซึ่งถือว่าสูงมาก อนุมัติงบประมาณในการรับจำนำครั้งนี้ มีวงเงิน 2,650 ล้านบาท เริ่มรับจำนำ 1 พ.ย.นี้ ทั้งนี้เพราะ ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ราคาข้าวเหนียวพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เนื่องจากประเทศจีนนำเพื่อขึ้นเพื่อเตรียมงานกีฬาโอลิมปิก มีราคาแพงกว่าข้าวหอมมะลิด้วยซ้ำ คือกิโลกรัมละ 22 บาท ในขณะที่ข้าวหอมมะลิราคากิโลกรัมละ 17 บาท พื้นที่ปลูกข้าวเหนียวจากเดิมมีเพียง 40% อีก 60% ปลูกข้าวหอมมะลิ แต่ปัจจุบันใช้พื้นที่ปลูกข้าวเหนียวมากถึง 80% อีก 20% ปลูกข้าวหอมมะลิ เป็นเหตุให้พันธุ์ข้าวเหนียว กข.6 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีคุณภาพขาดตลาด ในขณะที่พันธุ์ข้าวหอมมะลิซึ่งเคยขาดตลาดเหลือเกินความต้องการ อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ว่าความต้องการข้าวเหนียวในตลาดโลกอาจทำให้ข้าวเหนียวในประเทศขาดแคลน และราคาขายในประเทศต้องแพงขึ้นตามสัดส่วนอุปสงค์กับอุปทาน ด้าน นาง อภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการระบายข้าวสารได้เจรจาต่อรองกับผู้เสนอซื้อข้าวสารในสต็อกรัฐบาล ซี.พี.อินเตอร์เทรด เสนอซื้อข้าวหอมมะลิปี 2547/2548 เพื่อขายในประเทศหรือส่งออก 174,312 ตัน ที่ราคาสูงสุดระหว่างตันละ 12,950-15,000 บาท และ ข้าวหอมมะลิ ปี 2548/2549 เพื่อส่งออก 140,936 ตัน เสนอซื้อสูงสุดที่ 71,236 ตันๆ ละ 15,650-16,100 บาท
เอกชน 46 รายประมูลข้าว ข้าวหอมมะลิราคาสูงตันละ 1.7 1.8 บาท เล็งขาดตลาดแน่ , 30 ตุลาคม 2550 - รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าการเปิดซองประมูลข้าวสารในสต็อกรัฐบาลปริมาณ 270,980 ตัน วานนี้ มีเอกชนเข้ามาเสนอราคารวมทั้งสิ้น 46 ราย แบ่งเป็นข้าวหอมมะลิที่มาจากโครงการรับจำนำปี 2548/2549 ปริมาณ 200,880 ตัน มีผู้เสนอราคาเข้ามารวมทั้งหมด 36 ราย ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 1.32 หมื่นบาทต่อตัน สูงสุด 1.7 หมื่นบาทต่อตัน ซึ่งเป็นราคาที่เสนอซื้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งผู้ที่เสนอซื้อปริมาณมากสุด คือ บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด เสนอซื้อยกล็อต 200,880 ตัน ราคาเฉลี่ย 1.4-1.62 หมื่นบาทต่อตัน ซึ่งการเสนอซื้อข้าวหอมมะลิในราคาที่สูงกว่าการประมูลครั้งที่ผ่านมา ที่เสนอซื้อเฉลี่ย 1.5 หมื่นบาทต่อตัน อีกทั้งมีการคาดการณ์ว่าราคาข้าวหอมจะสูงขึ้นอีก จากการที่เกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หันไปใช้พื้นที่ปลูกข้าวเหนียวเพิ่มมากขึ้น โดยมีสัดส่วนข้าวหอม 70% ข้าวเหนียว 30% จากเดิมสัดส่วน 90% ต่อ 10% นอกจากนี้ตลาดส่งออกข้าวหอมมะลิขยายตัวสูงขึ้น โดยปีนี้คาดว่าจะส่งออกเพิ่มขึ้นอีก 15% และปีหน้าเพิ่มขึ้น 10% เป็นผลจากธัญพืชทั่วโลกราคาสูงขึ้น จากปัญหาภัยแล้ง ส่งผลให้ราคาข้าวหอมมะลิปี 2548/2549 ซึ่งราคาตลาดขณะนี้อยู่ที่ราคา 1.7-1.8 หมื่นบาทต่อตัน
อนาคตส่งออกข้าวปี 50 เจ๋ง , 12 พฤศจิกายน 2550 - กระทรวงเกษตรสหรัฐ คาดการณ์ปริมาณผลผลิตข้าวโลกปี 2550/51 ว่า จะมีปริมาณ 418.5 ล้านตัน สูงกว่าปีที่ผ่านมาร้อยละ 0.1 หรือ 3 แสนตัน เป็นผลมาจากปริมาณการผลิตข้าวในประเทศแถบภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลางมีผลผลิต ลดลง โดยเฉพาะจีน อินเดีย และฟิลิปปินส์ ทำให้สต๊อกข้าวโลกลดลงร้อยละ 8 จาก 77.2 ล้านตัน เหลือ 71 ล้านตัน ขณะที่ปริมาณความต้องการบริโภคข้าวโลกจะมีประมาณ 424.7 ล้านตัน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 1.5 หรือ 6.3 ล้านตัน ส่งผลให้การค้าข้าวโลกปี 2550 จะเพิ่มขึ้นเป็น 29.7 ล้านตัน โดยผู้ส่งออกหลักคือไทย มีปริมาณส่งออก 9 ล้านตัน นอกจากนี้สถานการณ์สต๊อกข้าวโลกจะลดลงจาก 5 ปีก่อน ที่มีปริมาณ 130 ล้านตันข้าวสาร เหลือเพียง 70 ล้านตัน ทำให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชที่ใช้ผลิตพลังงานทดแทนมากขึ้นเพราะได้ราคาดีกว่า แต่ปริมาณความต้องการบริโภคข้าวในปี 2550 จะเพิ่มอีก 1 ล้านตัน จึงกลายเป็นโอกาสของผู้ส่งออกไทย ด้าน ร.ต.ท. เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ อุปนายกสมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ น่าจะมีการนำเข้าข้าวหอมมะลิไปตลาดแอฟริกาสัดส่วนมากขึ้น ขณะที่ตลาดจีนมีแนวโน้มที่จะหันมานำเข้าข้าวหอมปทุมธานีใน สัดส่วนเพิ่มขึ้น เป็น 2.5 แสนตัน และนำเข้าข้าวหอมมะลิลดลงเหลือ 2.5 แสนตัน จากเดิมที่เคยนำเข้าถึง 6 แสนตัน เพื่อทดแทนข้าวหอมมะลิที่มีราคาสูงกว่าถึง 100 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ตลาดเก่าของข้าวหอมมะลิ อย่างเช่นฮ่องกง สิงคโปร์ และสหรัฐ มีอัตราการนำเข้าขยายตัวไม่สูงนัก เฉลี่ยร้อยละ 2-3 ต่อปี และราคาข้าวหอมมะลิที่มีแนวโน้มสูงขึ้นมากจะทำให้ปริมาณการสั่งซื้อล่วงหน้าลดลง ส่วนข้าวเหนียวในขณะนี้ ราคาปรับลดลงมาจาก 12,000-13,000 บาท มาอยู่ที่ราคา 6,500-8,200 บาทต่อ ทั้งที่การส่งออกข้าวเหนียวปกติจะเฉลี่ย 2 แสนตันต่อปี ทำให้ราคาตกลงอย่างมาก
คนกลาง-โรงสีกว้านซื้อข้าวหอมมะลิ , 15 พฤศจิกายน 2550 วงการโรงสีข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ขณะนี้เป็นช่วงต้นฤดูเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ ปีการผลิต 2550/51 นั้นทั้งพ่อค้าคนกลาง (ยี่ปั๊วข้าวเปลือก) และโรงสี ได้ออกมาแข่งขันกันรับซื้อข้าวเปลือก จนทำให้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการซื้อกันสูงถึงตันละ 10,200-10,500 บาท (ข้าวเปลือกแห้ง) และ 8,000 บาท (ข้าวเปลือกสด)
ข้าวเหนียวราคาผันผวนรุนแรง , 19 พฤศจิกายน 2550 - สถานการณ์ด้านการผลิตและการตลาดข้าวเปลือกเหนียวช่วง 2 ปีนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงมาก จากเดิมราคาเฉลี่ย 7 พันบาทต่อตัน แต่กลางปี 2549 ราคาเริ่มขยับขึ้นมาเป็น 8.8 พันบาทและปรับตัวเพิ่มขึ้นมาเป็นลำดับจนกระทั่งเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.2 หมื่นบาทต่อตัน แต่ในช่วงต้นเดือนนี้ กลับพบว่าราคาข้าวเหนียวกลับผกผัน ร่วงลงมาเหลือเพียง 7-8 พันบาทต่อตัน และคาดการณ์ว่า ราคาข้าวเปลือกเหนียว น่าจะร่วงลงในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นจำนวนมาก
ราคาข้าวหอมมะลิขึ้นทุกวัน , 21 ธันวาคม 2550 - โดยช่วงต้นเดือนธันวาคม ราคาข้าวเปลือกอยู่ที่ตันละ 9,200-9,300 บาท ราคาขายต่างประเทศอยู่ที่ตันละ 580-600 ดอลลาร์สหรัฐ (19,488-20,160 บาท คำนวณที่ 33.6 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) แต่ช่วงกลางเดือนธันวาคมราคาขึ้นมาอยู่ที่ตันละ 10,400-10,500 บาท ราคาขายต่างประเทศที่ตันละ 620-650 ดอลลาร์สหรัฐ (20,832-21,840) และคาดการณ์ว่าราคาภายในจะขยับเพิ่มสูงขึ้นไปอีก
ปี 50 ปีทองส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ , 7 มกราคม 2551 - ในปี 2550 ที่ผ่านมา ประเทศไทยส่งออกข้าวได้ถึง 9.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.1 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 28% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่าส่งออก 3.55 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.23 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากปริมาณความต้องการซื้อจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่อินเดียและเวียดนามหยุดส่งออกชั่วคราว สำหรับปีนี้ตั้งเป้าหมายส่งออกข้าวไว้ที่ 8.7-9 ล้านตัน เนื่องจากปริมาณข้าวในประเทศมีไม่มาก ขณะที่เวียดนามคาดว่าจะเริ่มส่งออกได้ประมาณเดือน ก.พ. และราคาคง ต่ำกว่าไทยเช่นเดิม อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าราคาข้าวปีนี้จะสูงขึ้น โดยคาดว่าข้าวขาวราคาส่งออกจะทะลุตันละ 400 เหรียญสหรัฐ จากปัจจุบันที่ตันละ 380 เหรียญสหรัฐ ส่วนข้าวหอมมะลิน่าจะใกล้เคียงตันละ 700 เหรียญ จากปัจจุบันตันละ 663 เหรียญสหรัฐ
สปก. เล็งปลูกหอมมะลิ 2 แสนไร่ พัฒนาการผลิตข้าวเกษตรกร 2,000 ราย ใน 5 จังหวัดอีสานใต้ , 15 มกราคม 2551 - สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ร่วมกับกรมการข้าว กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เร่งขับเคลื่อนโครงการเพิ่มศักยภาพข้าวหอมมะลิ 105 ในเขตปฏิรูปที่ดินห้าจังหวัดภาคอีสานภายใต้ความร่วมมือไตรภาคี ปี 2551 คาดว่าจะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวหอมมะลิได้ทัน และครบตามเป้าที่ตั้งไว้ 2 แสนไร่ จำนวนเกษตรกรไม่น้อยกว่า 2 หมื่นราย เบื้องต้นเตรียมผลักดันเกษตรกรในโครงการ ให้เร่งพัฒนาแปลงปลูกข้าวเข้าสู่ระบบการผลิตทางการเกษตรอย่างถูกต้องและเหมาะสม (GAP) นำร่อง 2,000 ราย โดย และจะจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจข้าวหอมมะลิจำนวน 1,000 ศูนย์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว พร้อมวางแผนพัฒนาระบบชลประทานในพื้นที่ ซึ่งเกษตรกรในโครงการ ต้องเปลี่ยนพันธุ์ข้าวใหม่ทั้ง 100% ซึ่งกรมการข้าวพร้อมสนับสนุนพันธุ์คัดกว่า 3,000 ตันแก่เกษตรกร
ญี่ป่นหันมาซื้อข้าวไทยแทนข้าวปนสารฆ่าแมลงของเวียดนาม , 21 มกราคม 2551 - นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ญี่ปุ่นได้ห้ามนำเข้าข้าวขาว 100% จากเวียดนาม เนื่องจากพบสารฆ่าแมลงเจือปนในข้าว โดยหันมาสั่งซื้อข้าวจากไทยแทน ประมาณ 120,000 ตัน หรือ และคาดว่าปีนี้ญี่ปุ่นจะนำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มเป็น 300,000 ตัน เฉพาะข้าวขาว 100% จากเดิมมีการนำเข้าจากไทยไม่ถึง 200,000 ตัน ส่วนสถานการณ์ส่ออกข้าวไทยนั้น ปีนี้หลายประเทศมีปัญหาเรื่องผลผลิตไม่เพียงพอความต้องการซื้อข้าวที่สูงขึ้นทำให้ไทยขายข้าวได้ราคาเพิ่มขึ้นด้วย โดยข้าวหอมมะลิขึ้นเป็นตันละ 700 เหรียญสหรัฐ ข้าวขาว 100% ตันละ 400 เหรียญ เพิ่มขึ้นตันละ 5-10 เหรียญ คาดว่าส่งออกไทยปีนี้ปริมาณน่าจะใกล้เคียงกับปี 2550 หรือเกือบ 9 ล้านตัน ส่วนมูลค่าน่าจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20-30%
ราคาข้าวเปลือกสูงเป็นประวัติการณ์ , 24 มกราคม 2551 - แหล่งข่าวในวงการโรงสีข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่าราคาข้าวหอมมะลิขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบางพื้นที่ซื้อกันถึงตันละ 12,600 บาทแล้ว ซึ่งการเก็บเกี่ยวข้าวของมีโรงสีจากภาคกลางขึ้นไปแข่งรับซื้อด้วย เพราะข้าวที่ใช้รถเกี่ยวจะเป็นข้าวสดมีความชื้นสูง โรงสีภาคกลางจึงมีความได้เปรียบเพราะมีลานตากและโรงอบ ทำให้โรงสีเจ้าถิ่นซื้อต้องเสนอซื้อในราคาที่สูงขึ้น ทั้งนี้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รายงานความเคลื่อนไหวของราคาข้าวเปลือกหอมมะลิที่เกษตรกรขายได้พบว่าราคาข้าวเปลือกหอมมะลิปีนี้สูงเป็นประวัติการณ์ที่ชาวนาไทยเคยขายข้าวหอมมะลิมาชั่วชีวิต
ปลายข้าวหอมมะลิตันละ 11,500 บาท , 28 มกราคม 2551 - ราคาข้าวหอมมะลิ เมื่อวันที่ 23 มกราคม ราคาได้ปรับขึ้นไปถึง 710 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากเดือนธันวาคม 2550- กลางเดือนมกราคม 2551 ราคาอยู่ที่ตันละ 660-680 เหรียญสหรัฐ ส่วนข้าวขาว 100% อยู่ที่ 396 เหรียญสหรัฐ/ตัน ด้านราคาข้าวภายในประเทศก็ปรับสูงขึ้นด้วย โดยข้าวสารหอมมะลิตันละ 21,000-21,900 บาท ข้าวขาว 100% ตันละ 13,500-13,600 บาท ส่วนข้าวขาว 5% ตันละ 12,600-12,650 บาท นอกเหนือจากข้าวแล้ว ปรากฏว่าทั้งรำข้าวกับปลายข้าว ต่างปรับราคาสูงขึ้นตามกันโดยเฉพาะ ปลายข้าวหอมมะลิ ราคาส่งออกปรับขึ้นเป็น 423 เหรียญสหรัฐ/ตัน ส่วนราคาในประเทศอยู่ที่ 13,000-13,200 บาท/ตัน ส่วนราคาปลายข้าวขาว ส่งออกปรับขึ้นเป็น 378 เหรียญสหรัฐ/ตัน ราคาในประเทศอยู่ที่ 11,500 บาท/ตัน ทั้งที่โดยปกติแล้วราคาปลายข้าวจะต่างจากราคาข้าวประมาณ 2,000 บาทต่อตัน แต่ตอนนี้เหลือเพียง 200-300 บาทต่อตัน อุตสาหกรรมการผลิตเส้นบะหมี่-เส้นก๋วยเตี๋ยว จึงได้รับผลกระทบไปด้วย
โรงงานผลิตเส้นหมี่-เส้นก๋วยเตี๋ยวสุดขอปรับราคาขึ้นอีก 10% , 1 กุมภาพันธ์ 2551 - ราคาข้าวหอมมะลิขึ้นไปถึงตันละ 22,200-22,300 บาท ในขณะที่ข้าวขาว 100% อยู่ที่เฉลี่ยตันละ 12,700-13,000 บาท ส่งผลให้ปลายข้าวหอมมะลิราคาปรับตัวสูงขึ้นมาเป็นตันละ 13,500-13,550 บาท ส่วนปลายข้าวขาวอยู่ที่ ตันละ 12,000 บาท จนทำให้ตลาดข้าวในประเทศเกิดปรากฏการณ์ใหม่ นั่นคือ ปลายข้าวหอมมะลิ มีราคาสูงกว่าข้าวขาว 100% ไปแล้ว
พื้นที่นาปรังขยายถึง 7 ล้านไร่ , 4 กุมภาพันธ์ 2551 - ชาวนาเริ่มปลูกข้าวนาปรังกันราวเดือนพฤศจิกายน 2550 ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่ปลูกมากถึง 7 ล้านไร่แล้ว และจะเพิ่มพื้นที่ปลูกมากขึ้นในช่วง 2-3 เดือน จึงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดเพราะเกรงปัญหาภัยแล้งจะเกิดขึ้นได้
อียิปต์ได้ประกาศหยุดส่งออก - ภาวะส่งออกข้าวไทยผิดปกติ , 9 กุมภาพันธ์ 2551 - รัฐบาลอียิปต์หวั่นว่าข้าวที่ผลิตในประเทศจะไม่เพียงพอกับความต้องการบริโภค ส่วนราคาข้าวไทยเกือบทุกชนิดขณะนั้นสูงมากทั้งที่เป็นช่วงต้นฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ผู้ซื้อต่างประเทศมีความต้องการสั่งซื้อ แต่ผู้ส่งออกสามารถส่งมอบให้ได้เฉพาะลูกค้าขาประจำเท่านั้น และโค้ดราคาให้ได้เฉพาะล๊อตเล็กสัญญาสั้นๆ เพราะหากรับออเดอร์ไว้ราคาภายในขึ้นก็ขาดทุน ซึ่งคนวงการค้าข้าวมองว่าภาวะการณ์เช่นนี้ไม่ปกติ โอกาสของข้าวไทยที่จะขายได้ราคาสูงขึ้น ทั้งนี้ราคาข้าวจะร้อนแรงโดยราคาข้าวสารขึ้นกระสอบละ 30-40 บาทต่อวัน ราคาซื้อขายข้าวขาว 5% ซึ่งเป็นรายการหลักที่ซื้อขายกันช่วงเปิดตลาดต้นปีใหม่ซื้อขายกันเฉลี่ยที่กก.ละ 11.30 บาท ล่าสุด ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2551 เฉลี่ยที่กก.ละ 13.72 บาท หรือขยับขึ้นมาอีก 2.42 บาท จากราคาข้าวขาวที่เคลื่อนไหวในทิศทางที่สูงขึ้นทำให้มีคนเข้ามาเก็งกำไรกันอย่างคึกคัก
ราคาข้าวส่งออกขึ้นกว่า 3,000 บาท/ตัน , 19 กุมภาพันธ์ 2551 - ราคาข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 3,000 บาทต่อตัน จาก 360 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตันในช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เป็น 460 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตันในช่วงเดือนมกราคม ส่งผลให้ราคาข้าวในประเทศสูงขึ้นด้วย ซึ่งสาเหตุมาจากการที่หลายประเทศระงับการส่งออก เนื่องจากประสบภัยธรรมชาติ แล้วเกรงว่าข้าวจะไม่เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ ขณะที่ประเทศผู้ผลิตข้าวสำคัญอย่าง แอฟริกา ได้หันไปปลูกพืชพลังงานทดแทน ทำให้มีการคาดการณ์กันว่า ผลผลิตข้าวในปีนี้อาจเหลือเพียง 420 ล้านตัน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการบริโภค ซึ่งมีถึง 424 ล้านตัน
หอมมะลินาปรังตันละ 1.3 หมื่นบาท 4 มีนาคม 2551 - การแข็งค่าของเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา และการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 ก.พ.) ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นไปทันทีถึง 50 สตางค์ ซึ่งก็มีผลให้ราคาข้าวสารส่งออกปรับตัวขึ้นไปทันทีในราคาตันละ 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือสูงขึ้น 15% แต่ยังเป็นราคาที่ต่างประเทศยอมรับได้ โดยที่ขณะนี้ข้าวนาปรังพันธุ์หอมมะลิ ราคาอยู่ที่ตันละ 1.3 หมื่นบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีราคาก่อนรับจำนำที่เกวียนละ 9.5 9.8 พันบาท ส่วนข้าวที่ปลูกในเขตนาชลประทานมีราคาเกวียนละ 9.3 9.4 พันบาท จากเดิมอยู่ที่เกวียนละ 7 พันบาท
ธนินท์แจงนโยบายขายเทคโนโลยีซีพี , 6 มีนาคม 2551 -นายธนินท์ เจียรวนนท์ ได้ไปบรรยายพิเศษเรื่อง ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งหนึ่งในยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศที่เจ้าสัวธนินท์นำเสนอในเวทีดังกล่าว คือยุทธศาสตร์ปลูกข้าวแบบใหม่ ใช้การบริหารจัดการแบบมืออาชีพ มีเทคโนโลยี ใช้พันธุ์ข้าวประสิทธิภาพสูง ผลผลิตสูง 800 กิโลกรัมต่อไร่ เขาได้เสนอแนวทางนี้โดยให้ใช้พื้นที่ปลูกข้าวเพียง 25 ล้านไร่ในพื้นที่นาปรังเขตชลประทาน แต่จะให้ผลผลิตเท่ากับพื้นที่ปลูกข้าวเดิม 67 ล้านไร่ โดยส่งเสริมการปลูกข้าวอย่างครบวงจรซึ่ง จะให้ผลผลิตต่อปีถึง 40 ล้านตัน และเสนอให้รัฐลงทุนทำชลประทาน ส่วนพื้นที่เหลือใช้สำหรับปลูกพืชพลังงานทดแทนประเภท ปาล์ม ยางพารา ให้กลายเป็น "น้ำมันบนดิน" ทั้งนี้พื้นที่นาอีสานซึ่งมีมากที่สุดในแระเทศไทย โดยเฉพาะนาข้าวหอมมะลิจะเปลี่ยนไปปลูกพืชพลังงาน ซึ่งการจะรักษาพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิไว้ได้ต้องให้ราคาข้าวปรับเพิ่มขึ้นไปตันละ 4 หมื่นบาท ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวนั้นโน้มน้าวให้หลายฝ่ายออกมาขานรับ
แผนส่งเสริมข้าวครบวงจรซีพี -นายมนตรี คงตระกูลเทียน ประธานผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจรเครือ ซีพี ได้อธิบายแผนส่งเสริมการปลูกข้าวอย่างครบวงจร รับกับกระแสราคาข้าวในตลาดโลกพุ่งเพิ่มเป็นประวัติกาลอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนว่า ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจรเครือซีพีกำลังสานต่อทฤษฎีปลูกข้าวตามแนวคิดของเจ้าสัวธนินท์อย่างเข้มข้นเช่นเดียวกัน โดยที่ปีนี้มีแผนขยายพื้นที่ปลูกข้าวของซีพี รวม 3,000 พันไร่ เขตที่มีชลประทาน จังหวัดกำแพงเพชร, พิจิตร, พิษณุโลก ในลักษณะคอนแทรคฟาร์มมิ่ง ขายพันธุ์ข้าวซีพี 407 ให้เกษตรกรพร้อมเข้าไปช่วยเหลือ ตั้งแต่การเตรียมดิน ใส่ปุ๋ย เพาะกล้า ดำนา เก็บเกี่ยวโดยเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงอย่างครบวงจรดิน คาดว่าจะให้ผลผลิตประมาณ 3, 000 ตัน สูงกว่าผลผลิตนาปรัง 2,100 ไร่ ในพื้นที่เขตชลประทานพื้นที่เท่ากัน ซึ่งเมื่อได้ข้าวแล้วกลุ่มธุรกิจพืชวงจร จะเชื่อมโยงกับทางซีพีอินเตอร์ เทรด อีกต่อหนึ่ง ขึ้นอยู่กับทางซีพีอินเตอร์เทรดว่าจะนำไปส่งออกหรือนำผลิตเป็นข้าวบรรจุถุงตราฉัตร ส่วนกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร มีหน้าที่พัฒนากระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุดสำหรับป้อนโรงสี และข้าวซีพี 304 ถือว่าให้ผลผลิตสูงสุดในเวลานี้ เมื่อสีข้าวออกมาแล้วให้เมล็ดข้าวยาวมากกว่า 7 มิลลิมิตร ได้ข้าวเมล็ดเรียวสวย อย่างไรก็ตามซีพีมีไม่มีแผนปลูกข้าวเอง แต่มีแปลงวิจัย พ่อแม่พันธุ์ ที่จังหวัดกำแพงเพชประมาณ 1,000 ไร่ มีแปลงสาธิตรให้เกษตรกร นักศึกษาสามารถเข้ามาเรียนรู้ และเน้นเรื่องขายพันธุ์ ร่วมมือกับเกษตรกรในลักษณะคอนแทรคฟาร์มมิ่งและรับประกันตามราคา หากผลผลิตของเกษตรกรมีราคาดี เปอร์เซ็นต์ข้าวต้นสูง จะบวกราคาเพิ่มจากตลาดให้อีก อนึ่งนายมนตรีแจงว่า ขณะที่ซีพีเองไม่มีมีแผนจะผลิตข้าวหอมมะลิ เน้นเฉพาะข้าวขาว เพราะมองว่าปริมาณข้าวของประเทศที่ผลิตได้ 30 ล้านตันต่อปีส่วนใหญ่เป็นข้าวขาว มีข้าวหอมมะลิประมาณ 4 ล้านตัน หรือ 20% ของผลผลิตรวม และคนปลูกข้าวขาวกำไรดีกว่า
กักตุนข้าวในเก็งกำไร , 10 มีนาคม 2551 - ราคาข้าวถีบตัวสูงเป็นประวัติการณ์ เกิดการกักตุนข้าวด้านผู้ส่งออกข้าวต้องประกาศชะลอรับออร์เดอร์ โดยราคา เอฟ.โอ.บี.เปรียบเทียบวันที่ 5 ของเดือน ก.พ. และเดือน มี.ค.พบว่า ข้าวขาว 100% สูงถึงระดับ 508 เหรียญสหรัฐ/ ตัน หรือเพิ่มจาก 457 เหรียญสหรัฐ/ตัน, ข้าวหอมมะลิ 770 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือเพิ่มจาก 739 เหรียญสหรัฐ/ตัน, ข้าวขาว 25% อยู่ที่ 488 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือเพิ่มขึ้นจาก 438 เหรียญสหรัฐ/ตัน
ราคาส่งออกดึงราคาข้าวถุงในประเทศขึ้นสูง 10-15 % , 13 มีนาคม 2551 - อินเดียปรับราคาขั้นต่ำส่งออกจาก 500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตันเป็น 650 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน สะท้อนว่าอินเดียไม่พร้อมส่งออกข้าวติดต่อกันเป็นปีที่สอง ส่วนเวียดนามส่งออกแต่ตั้งราคาสูง 495 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ความเคลื่อนไหวของราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรขายได้ ณ วันที่ 11 มีนาคม 2550 ข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 12,300-12,500 บาท ข้าวเปลือกเจ้านาปรังความชื้นไม่เกิน15% ตันละ 9,200-9,500 บาท ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาวตันละ 9,400-9,600 บาท ข้าวสารหอมมะลิ 100% ชั้น2( เก่า-ใหม่)กระสอบละ 2,245-2,255 บาท ( 100 กิโลกรัม ) ข้าวขาว 100% ชั้น2 ( ใหม่)กระสอบละ 1,595-1,600 บาท ข้าวขาว 5% ใหม่กระสอบละ 1,550-1,555 บาท ข้าวเหนียวเมล็ดยาว 10% กระสอบละ 1,555-1,560 บาท เป็นราคาที่ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคเองก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ข้าวในครั้งนี้ เนื่องจากการบริโภคข้าวภายในประเทศคิดเป็นร้อยละ 50 ของผลผลิตข้าวในแต่ละปี (9-10 ล้านตันข้าวสารจากผลผลิต 18-19 ล้านตัน) โดยราคา "ข้าวถุง" ที่ปรับตัวสูงขึ้นทุกยี่ห้อ อย่างน้อยร้อยละ 10-15 ด้านสมาคมโรงสีข้าวไทยเชื่อว่า สต๊อกข้าวในประเทศรวมแล้วขณะนี้มีปริมาณถึง 10 ล้านตัน โดยแบ่งเป็นข้าวในสต๊อกของรัฐบาล 2.1-2.5 ล้านตัน ซึ่งเป็นข้าวที่รัฐบาลยังไม่ได้ขาย นอกจากนี้ยังมีข้าวในมือของผู้ออกอีก 4 ล้านตันเศษ โดยคาดว่าในจำนวนนี้ มี 1 ล้านตันเศษเป็นข้าวที่ผู้ส่งออกประมูลออกมาตั้งแต่ปลายปี 2550 ส่วนในมือของโรงสีมีข้าวเปลือก 6 ล้านตันเศษ สีแล้วจะเหลือข้าวสาร 4 ล้านตัน โดยที่ขณะนี้ข้าว 100% ราคา FOB เคยอยู่ที่ 300 เหรียญสหรัฐ/ตัน แต่ตอนนี้พุ่งไปถึง 600 เหรียญสหรัฐ/ตันแล้ว อย่างไรก็ตาม ไทยส่งออกข้าวในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ปี 2550 ประมาณ 600,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 40% และมีราคาข้าวจำหน่ายสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 1 เท่าตัว โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 14,000-15,000 บาท/เกวียน ข้าวขาวจาก 7 บาท/ก.ก. ขึ้นเป็น 11 บาท/ก.ก. ผู้ส่งออกที่ยังพอมีกำลังจึงรับออร์เดอร์ขายข้าวล่วงหน้าเพียง 1 เดือนเท่านั้น
กรมการค้าปัดข้าวไทยปนจีเอ็มโอ , 14 มีนาคม 2551 - นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กล่าวปฏิเสธข่าวการตรวจพบข้าวหอมมะลิไทยมีการปลอมปนข้าวดัดแปลงพันธุกรรมหรือข้าว GMOs (Genetically Modified Organisms GMOs) อีกทั้งยังยืนยันว่า ในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้มีการปลูกหรือทดลองปลูกพืช GMOs โดยเฉพาะสินค้าข้าว เนื่องจากเป็นอาหารหลักของคนไทยและเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ข้าวไทยปี 2550-2554 ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า ข้าวไทยเป็นข้าวปลอด GMOs โดยมีการกำหนดมาตรการตรวจสอบและรับรองข้าวปลอด GMOs ไว้ในยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน ส่วนในระดับระหว่างประเทศ ฝ่ายไทยและเวียดนามในฐานะประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกได้มีความตกลงและยืนยันที่จะไม่ปลูก และทดลองปลูกข้าว GMOs
ราคาประมูลข้าวฟิลิปปินส์ดึงราคาข้าวในประเทศพุ่ง โรงสีออกตกเขียวข้าว , 17 มีนาคม 2551 - นาย ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งข้าวออกไปต่างประเทศ เปิดเผยว่า เวียดนามและไทยประมูลกับรัฐบาลฟิลิปปินส์ซึ่งยอม รับซื้อข้าวจากทั้งสองประเทศ ปริมาณ 350,000 ตัน ทั้งที่ราคาสูงกว่าราคาตลาดที่ซื้อขายที่ราคา FOB ที่ 530-540 เหรียญสหรัฐต่อตัน และฟิลิปปินส์จะเปิดประมูลส่วนที่เหลืออีกครั้งเร็วๆ นี้ โดยคาดว่าปีนี้ฟิลิปปินส์น่าจะประมูลข้าวทั้งหมด 1.6 ล้านตัน ทำให้ราคาข้าวในประเทศของไทยพุ่งขึ้นทันที โรงสีในพื้นที่ปลูกข้าวในเขตจังหวัดทางภาคกลาง ทำการตกเขียวข้าวนาปรังที่กำลังจะเก็บเกี่ยวในช่วงปลายเดือนมีนาคม โดยล่าสุดในการประมูลข้าวขาว 25% ของฟิลิปปินส์จำนวน 500,000 ตันกลางสัปดาห์ก่อน ผู้ส่งออกเวียดนามเสนอขาย 350,000 ตัน ตันละ 715-745 ดอลลาร์สหรัฐ (ราคาซีไอเอฟ รวมค่าระวางเรือ และค่าประกันภัยแล้ว) หากคิดเป็นราคาเอฟโอบี จะอยู่ที่ตันละ 670-680 ดอลลาร์ ขณะที่ผู้ส่งออกคาดว่าราคาข้าวอาจเพิ่มสูงขึ้นไปที่ 1,000 ดอลลาร์ต่อตัน
ข้าวเหนียวตันละ 10.000-10,500 บ. ข้าวหอมมะลิตันละ 13,000 บ. , 19 มีนาคม 2551 - นาย วิเชียร ธีระธนานนท์ อุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทยอีสานเหนือ 5 จังหวัดภาคอีสานตอนบน กล่าวถึงสถานการณ์ข้าวเปลือกในปัจจุบัน ข้าวเปลือกเหนียว เฉลี่ยตันละ 10,000-10,500 บาท ส่วนข้าวหอมมะลิ ราคาตันละ 13,500 บาท โดยภาพรวมพบว่าข้าวหอมมะลิขาดแคลนและเป็นที่ต้องการในตลาดสูงมาก เนื่องจากในฤดูกาลที่ผ่านมา เกษตรกรส่วนใหญ่หันมาปลูกข้าวเหนียวเป็นจำนวนมาก ลดพื้นที่การปลูกข้าวหอมมะลิลง และคาดว่าปริมาณข้าวนาปรังทั้งประเทศปีนี้ คาดว่าจะออกสู่ตลาดไม่ถึง 6 ล้านตัน หรือ ผลผลิตลดลงประมาณ 20-30% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ส่วนจีนและอินเดียได้รับผลกระทบจากการที่มีหิมะตกทำให้ผลผลิตข้าวนาปรังของประเทศเหล่านี้เสียหายไปบางส่วน ไม่สามารถส่งออกได้ตามเป้าหมาย
เสนอตั้ง OREC 24 มีนาคม 2551 - นายนิพนธ์ วงตระหง่าน คาดการณ์ว่าราคาข้าวขาวนาปรังปีนี้อาจจะสูงอยู่ที่ 9,000 -10,000 บาทต่อตัน ขณะที่ราคาข้าวหอมมะลิจะสูงถึง 18,000 บาทต่อเกวียน และราคาข้าวในประเทศเฉลี่ยปีนี้ไม่ต่ำกว่า 7,000 บาทต่อเกวียน อีกทั้งเสนอให้ก่อตั้งองค์กรประเทศผู้ผลิตและส่งออกข้าว หรือ OREC (Organization Of Rice Export Country) เหมือนกลุ่มประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันหรือโอเปค ซึ่งจะทำให้สามารถร่วมกันกำหนดผลผลิตและราคาข้าวตลาดโลกได้ รวมทั้งมีอำนาจต่อรองราคาได้ดีขึ้น
อีรี่เตือนเสียงข้าวเกิดศัตรูพืชระบาดนายโรเบิร์ต ซิกเลอร์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (อีรี่) ชี้ว่าการทำนาของเวียดนาม มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด และการแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เหมือนกับที่เคยเป็นมาเมื่อปีที่แล้ว และอาจอพยพขึ้นไปทางตอนเหนือของประเทศจนถึงจีนและสร้างความเสียหายได้ เขายังระบุด้วยว่าในช่วงเวลาที่ผลผลิตทางเกษตรที่มั่งคั่งมาตลอดนับแต่ทศวรรษ 60 เป็นต้นมาเริ่มหดหายไป รวมถึงปัญหาภัยธรรมชาติในหลายพื้นที่ เช่น น้ำท่วมในชวา อินโดนีเซีย และพายุไซโคลน ในบังกลาเทศ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการขาดแคลนในการจัดหาข้าวป้อนตลาดโลก วันเดียวกันนั้น สำนักข่าวเวียดนาม (วีเอ็นเอ) รายงานว่านายกรัฐมนตรีเหงียน ตัน ดุ่ง มีคำสั่งให้กระทรวงการคลัง พิจารณาขึ้นภาษีส่งออกข้าว และจำกัดการส่งออกในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ไว้ที่ 3.5 ล้านตัน รวมถึง ชะลอการรับคำสั่งซื้อใหม่ไว้ก่อน ลดลงเกือบ 19% จากระดับการส่งออกที่ 4.32 ล้านตันในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2550 ทั้งการจำกัดการส่งออกข้าวครั้งนี้ จะยิ่งทำให้การจัดหาที่ตึงตัวอยู่แล้วของเอเชียทวีความรุนแรงมากขึ้น
ผลผลิตข้าวลด 0.7 % เพราะพืชพลังงาน 24 มีนาคม 2551 - ขณะนี้ราคาข้าวในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นมากอย่างรวดเร็ว โดยราคาข้าวขาว 100% เฉลี่ยปี 2548 เท่ากับ 294 ดอลลาร์ต่อตัน เพิ่มเป็น 314 ดอลลาร์ต่อตันในปี 2549 และขยับเพิ่มเป็น 336 ดอลลาร์ต่อตันในปี 2550 และในเดือนม.ค.2551 ราคาปรับเพิ่มเป็น 399 ดอลลาร์ต่อตัน และขยับเพิ่มเป็น 466 ดอลลาร์ต่อตันช่วงต้นเดือนกุมภาพันธุ์ ขณะที่ช่วงปลายเดือนเดียวกันอยู่ที่ 482 ดอลลาร์ต่อตัน และวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมาราคาอยู่ที่ 508 ดอลลาร์ต่อตัน วันที่ 12 มีนาคมราคาปรับเพิ่มเป็น 556 ดอลลาร์ต่อตัน ราคาล่าสุดวันที่ 19 มีนาคมพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 580 ดอลลาร์ต่อตัน สำหรับการส่งออกเอฟโอบีหรือราคา ณ ท่าเรือกรุงเทพ และราคาที่เพิ่มขึ้นเป็นการเพิ่มขึ้นของทุกชนิดข้าว กระทรวงเกษตรสหรัฐประมาณการผลผลิตรวมของโลกมี 420 ล้านตันข้าวสาร แต่ปริมาณการบริโภคมีถึง 423 ล้านตันข้าวสาร การผลิตต่ำกว่าความต้องการบริโภคประมาณ 0.7% ส่งผลให้สต็อกข้าวปลายปีมีประมาณ 72.1 ล้านตันต่ำสุดในรอบ 24 ปี ตั้งแต่ฤดูกาลผลิตปี 2527/2528 และราคาถีบตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เพราะเกษตรกรหันไปใช้พื้นที่เพื่อการเพาะปลูกพืชพลังงาน ผลผลิตข้าวโลกเพิ่มขึ้นไม่มาก เพราะนาข้าวถูกใช้ผลิตข้าวโพด อ้อย เพื่อไปทำเอทานอล ในสหรัฐพื้นที่ปลูกข้าวถูกเปลี่ยนเป็นข้าวโพดมากขึ้น ประกอบกับการบริโภคที่สูงขึ้นในแอฟริกา และหลายประเทศที่ร่ำรวยจากน้ำมัน มีกำลังซื้อสูงหันมาบริโภคข้าวมากขึ้น ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา การบริโภคมากกว่าปริมาณการผลิตโดยตลอด สต็อกโลกลดลงตามลำดับ มีการดึงสต็อกเก่ามาใช้
พาณิชย์แจงขายข้าวบรรเทาค่าครองชีพ , 27 มีนาคม 2551 - ด้านนาย มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กำหนดแนวทางบริหารข้าวในสต็อกของรัฐ โดยจะนำมาใส่ถุงขาย ( และเก็บเป็นสต็อกของรัฐบาล โดยการจำหน่ายจะบรรจุถุงละ 5 กิโลกรัม ขายให้กับประชาชนทั่วไปเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ โดยกำหนดราคาเท่ากับต้นทุน คือ ราคาข้าวที่รับซื้อในขณะนั้น โดยรัฐไม่เอากำไร อีกทั้งยังพร้อมหาช่องทางให้ชาวนาส่งออก ทั้งช่องทางตามปกติ และช่องทางการส่งออกใหม่ที่รัฐจะสร้างขึ้น โดยภาวะการส่งออก ตั้งแต่ 1 ม.ค.-21 มี.ค.มีปริมาณทั้งสิ้น 2,818,054 ตัน เพิ่มขึ้น 71.69% จากปริมาณส่งออก 1,641,328 ตัน ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 1,221 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 95.94% จากปีก่อนส่งออกมูลค่า 623 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การส่งออกในรูปเงินบาทมีมูลค่า 40,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.36% จากมูลค่า 21,817 ล้านบาท ในช่วงเดียวกัน ซึ่งราคาส่งออกเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น เป็นเฉลี่ยตันละ 433 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14.12% จากราคา 380 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้กรมมั่นใจว่าเป็นไปตามเป้าหมายการส่งออกส่งออกปีนี้ที่กำหนดไว้ 8.75 ล้านตัน
28 มีนาคม 2551 - นาย ประสิทธิ์ บุญเฉย นายก สมาคมชาวนาไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมสมาคมชาวนาไทยกับศูนย์ข้าวชุมชนทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา มีมติร่วมกันก่อตั้งสภาการข้าวและชาวนาไทย โดยเชิญตัวแทนจากสมาคมเกี่ยวกับข้าวร่วมเป็นกรรมการ จุดประสงค์เพื่อเป็นองค์กรที่มีพลังในการต่อรองและได้รับการตอบสนองรวดเร็วจากภาครัฐ โดยจะเป็นองค์กรกลางอิสระและเป็นตัวแทนของวงการค้าข้าวทั้งระบบและดูแลตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้ซื้อ และได้ทำข้อเสนอเพื่อให้รัฐนำเงินภาษีร้อยละ 0.75 ที่โรงสีเก็บจากเกษตรกรในการซื้อข้าวและนำส่งรัฐ กลับคืนมาพัฒนาชาวนาไทย ซึ่งแต่ละปีจะเป็นเงินประมาณ 700 ล้านบาท และปีนี้ราคาข้าวสูงขึ้นน่าจะได้ถึง 800-1,000 ล้านบาท อีกทั้งได้ตอบโต้นายมิ่งขวัญ ว่าชาวนาต้องรีบขายข้าว เพราะชาวนาทุนน้อย ไม่มีลานตากข้าวที่เพียงพอ และต้องรีบส่งหนี้ให้เจ้าหนี้
3 เดือนแรกคนไทยกินข้าวแพงขึ้น 30 % , 31 มีนาคม 2551 - อินเดียผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับ 4 ได้ประกาศปรับราคาเพดานส่งออกเป็นตันละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เวียดนามเน้นทำตลาดลูกค้าประจำและประมูลขายข้าวให้รัฐบาล ส่วนประเทศไทยแม้จะเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลก แต่ผู้บริโภคยังต้องจ่ายค่าข้าวเพิ่มขึ้น 30% ในเวลาเพียงแค่ 3 เดือน โดยตั้งแต่เดือนมกราคม - เดือนมีนาคม 2551 คนไทยกินข้าวแพงขึ้นมาประมาณ 20-30% ทั้งนี้วัดจาก ราคาข้าวสารที่โรงสีขายส่งให้กับร้านขายส่งในกรุงเทพฯ ข้าวหอมมะลิ100% จากกระสอบละ ( 100 กก.) 2,300 บาท ขึ้นเป็นกระสอบละ 3,000 บาท หรือขึ้น 30% ข้าวขาว100% ปรับขึ้นจากกระสอบละ 1,800 บาท เป็นกระสอบละ 2,200 บาท หรือขึ้นมา 20-25% สถานการณ์เช่นนี้ทำให้มีเฉพาะโรงสีขนาดใหญ่และผู้ส่งออกขนาดใหญ่เท่านั้นที่ธุรกิจยังปกติอยู่ ส่วนขนาดกลางถึงเล็กชะลอลงแล้ว เพราะการซื้อข้าวผ่านหยงน้อยลงหรือแทบไม่มีเลย
นายกสมาคมชาวนาไทยเสนอรัฐบาลตรึงราคาข้าวที่ตันละ 1.5 หมื่น บ. , 31 มีนาคม 2551 - นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย เสนอให้รัฐบาลใช้มาตรการอื่นเข้ามาช่วยเหลือ โดยเฉพาะการตรึงราคาข้าวให้อยู่ในระดับนี้ต่อไป รวมทั้งดูแลต้นทุนปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช ไม่ให้เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งให้ประกันราคาข้าวไว้ที่ 1.5 หมื่นบาทต่อตัน
ยูเนสโกชี้ต้องปรับเปลี่ยนรากฐานการผลิตเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสังคมและความล่มสลายขอสิ่งแวดล้อม , 17 เมษายน 2551 - โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเกือบ 2 พันแห่งทั่วประเทศได้รับผลกระทบจากปัญหาโครงสร้างราคาข้าว จึงมีการสั่งการให้ รพ.ทั่วประเทศควบคุมคุณภาพอาหารผู้ป่วยในโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด ในวันเดียวกัน องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เผยแพร่รายงานสถานการณ์เกษตรโลกในยุคปัจจุบัน ที่ทำขึ้นโดย กลุ่มคน 300 คน ซึ่งมีทั้งนักวิทยาศาสตร์ นักเคลื่อนไหว และผู้แทนภาคธุรกิจ ระบุว่า ภาคอุตสาหกรรมเกษตรและการผลิตอาหารโลกจะต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เนื่องจากสถานการณ์เกษตรในปัจจุบันไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมอีกต่อไป และมีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนรากฐานการผลิต เพื่อให้อุตสาหกรรมเกษตรยุคใหม่สามารถตอบสนองต่อคนยากจนและความอดอยากหิวโหยได้ เพื่อรับมือกับปัญหาประชากรที่เพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ พร้อมกับหลีกเลี่ยงปัญหาสังคมและความล่มสลายของสิ่งแวดล้อม ในรายงานยังเรียกร้องให้ภาควิทยาศาสตร์การเกษตรมุ่งเน้นความสนใจไปที่การป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ การใช้ปุ๋ยธรรมชาติ เมล็ดพันธุ์จากท้องถิ่น และลดการพึ่งพาพลังงานยุคเก่า อาทิ ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ
สมัคร ให้คนกินเสียสละเพื่อชาวนามีรายได้เพิ่ม , 20 เมษายน 2551 - ขณะที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าปัญหาราคาข้าวสารแพงนั้นเกิดจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของกรมการค้าภายใน ที่ละเลยการควบคุมสต๊อกข้าว อีกทั้งกลุ่มผู้ผลิตข้าวถุงรายใหญ่เป็นผู้กักตุนข้าวไว้เอง ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกันกับผู้ส่งออกข้าวรายเดียวกันกับผู้ผลิตข้าวถุง มีการกักตุนข้าวไว้ส่งออกเนื่องจากได้ราคาดีกว่าขายในประเทศ แต่กลับไม่มีการดำเนินการอะไร ขณะที่ราคาพันธุ์ข้าวเพิ่มขึ้นถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยองรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้กำหนดรัฐค้ำประกันราคาข้าวต้องไม่ต่ำกว่า 13,000 15,000 บาทโดยเร่งด่วน
โรงสี-กรมการข้าวแย่งซื้อพันธุ์ข้าวของชาวนา , 20 เมษายน 2551 - กรมการข้าวเองก็มีปัญหาเรื่องการเก็บสต๊อคพันธุ์ข้าวเช่นกัน เพราะ หลังกรมการข้าวพัฒนาสายพันธุ์ข้าวชั้นดีแล้ว จะเปิดให้เกษตรกรเข้ามารับซื้อเพื่อนำไปเพาะปลูก หลังจากนั้น ทางกรมจะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลอย่างใกล้ชิดเมื่อได้ผลผลิตออกมาแล้วกรมก็จะไปรับซื้อข้าวจากเกษตรกรคืนมาเพื่อนำมารักษาพันธุ์ข้าวดังกล่าวไว้ แต่มีพ่อค้าและโรงสีแย่งกันซื้อข้าวจากเกษตรกรกันมาก และเกษตรกรก็ยอมขายข้าวให้หมด จนไม่เหลือเมล็ดพันธุ์ ทั้งนี้ราคาข้าวที่กรมรับซื้อจากชาวนาจะสูงกว่าตลาด 10-20% ถ้าราคาข้าวอยู่ที่เกวียน 7,000 บาท กรมจะให้ 8,000-9,000 บาท แต่โรงสีจะให้ราคาสูงกว่าอยู่ที่ 10,000 กว่าบาท เกษตรกรจึงขายให้โรงสีไปหมด แม้บางรายรับปากว่าจะขายข้าวให้กรม
ภารกิจยูเอ็นกับภาวะวิกฤตอาหารด้านโครงการอาหารโลก (ดับเบิลยูเอฟพี) ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เตรียมปรับลดความช่วยเหลือแก่เด็กนักเรียนที่ยากจน ราว 400,000 คนทั่วโลก หากยังไม่มีการบริจาคความช่วยเหลือเข้ามาอย่างเร่งด่วน ด้านนาย ปาสคาล ลามี ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุบีบีซี เรียกร้องให้ธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟออกมาตรการเพื่อจัดการกับปัญหาราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น โดยรื้อโครงสร้างด้านการให้ความช่วยเหลือในระยะปานกลางถึงระยะยาวแก่ประเทศกำลังพัฒนาเสียใหม่ เพื่อเปลี่ยนความช่วยเหลือในรูปแบบอื่นมาเป็นการให้ความช่วยเหลือทางด้านอาหารโดยตรง และในวันเดียวกัน นาย โฮเซ หลุยส์ มาคีเนีย ประธานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจของยูเอ็น ประจำภูมิภาคละตินอเมริกาและแคริบเบียน (อีซีแอลเอซี) ออกมาเตือนว่า ราคาอาหารโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอาจจะทำให้ประชาชนนับล้านคนในภูมิภาคนี้ตกอยู่ในสภาพยากแค้นอย่างรุนแรง ซึ่งถ้าราคาอาหารเพิ่มขึ้น 15 % จะทำให้ดัชนีความยากจนเพิ่มขึ้นจาก 12.7% เป็น 15.9 % นั่นหมายความว่าจะมีประชากรที่ตกอยู่ในภาวะยากจนเพิ่มขึ้นอีก 15.7 ล้านคนในภูมิภาคนี้ อีซีแอลเอซีแนะนำว่า รัฐบาลสามารถช่วยเหลือประชาชนได้โดยการลดราคาอาหารลงและเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มประชาชนที่ยากไร้ รวมไปถึงการลดภาษีผู้บริโภคและอุดหนุนเงินได้ของประชาชน ทั้งนี้ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศแรกๆ ที่ขานรับข้อเสนอการจัดตั้งกองทุนอาหารโลกเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์อันเนื่องมาจากราคาอาหารที่แพงลิบลิ่ว โดย นาย เบอร์นาร์ด คูชเนอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ได้ ประกาศสนับสนุนข้อเรียกร้องให้ประชาคมโลกจัดตั้งกองทุนอาหารและการเกษตร โดยยืนยันว่าเป็นสิ่งจำเป็น และถือเป็นการสร้างหุ้นส่วนระดับโลก ที่จะช่วยให้การผลิตในภาคเกษตรและการพัฒนาในประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะในแอฟริกาเริ่มขึ้นอีกครั้ง
21 เมษายน 2551 - กระทรวงเกษตรสหรัฐระบุว่า ปี 2550 กำลังการผลิตข้าวทั่วโลกอยู่ที่ 425 ล้านตัน โดยกว่า 80 % ของกำลังผลิตทั้งหมดอยู่ที่เอเชีย ในปี 2551 นี้ ฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตข้าวมากที่สุดอันดับ 10 ของโลกนั้นต้องนำเข้าข้าวเพิ่ม 15 % เนื่องจากมีผลผลิตตกต่ำ เช่นเดียวกับสหรัฐที่ผลผลิตลดลงครึ่งหนึ่งจาก 6 ล้านตันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ คาดหวังว่าปริมาณการเพาะปลูกข้าวทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านตัน หรือ 1.8 % แต่กระนั้นระดับความรุนแรงของวิกฤตขาดแคลนข้าวกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากภูมิภาคเอเชียซึ่งกำลังการผลิตข้าวมากกว่า 80% ของโลกให้ความสำคัญมากกับความมั่นคงทางด้านอาหารในประเทศมากกว่าการส่งออก ทั้งนี้พบว่า การส่งออกข้าวมีสัดส่วนเพียง 6 % ของผลผลิตข้าวทั่วโลก น้อยกว่าสัดส่วนการส่งออก 17 % ของข้าวสาลี และพืชพันธุ์ธัญญาหารชนิดอื่นๆ เวียดนาม ซึ่งประเทศที่มีการส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก ได้สั่งลดปริมาณการส่งออกข้าว 2% ขณะที่อินโดนีเซียกลายเป็นประเทศล่าสุดที่ระงับการส่งออกแล้ว
ข้าวถุงเตรียมขึ้นราคาอีก ซึ่งมาตรการห้างค้าปลีกไม่สามารถช่วยให้ราคาขายปลีกลดลงได้ ข้าวหอมมะลิถุง 5 กิโลขยับแตะ 190 บาท ส่วนข้าวขาวเพิ่มเป็น 140 บาท "ซีพี" ประเมินว่า หากฟิลิปปินส์ยอมจ่ายซื้อข้าวตันละ 1,000-1,200 ดอลล์ จะดันราคาข้าวขึ้นอีก 20% ด้านห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่มีการจำกัดปริมาณการซื้อข้าวบรรจุถุง 5 กิโลกรัม ในบางแบรนด์คนละไม่เกิน 3 ถุง นอกจากนี้เทสโก้โลตัสได้ปรับกลยุทธ์การแข่งขันโดยเพิ่มปริมาณสภาพคล่องเพื่อให้ผู้ประกอบการข้าวถุงส่งของให้โลตัสมากขึ้น ขณะที่ห้างค้าปลีกอื่นๆ พบว่าจุดวางจำหน่ายข้าวถุงค่อนข้างว่างเปล่า
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) การจัดทำยุทธศาสตร์รองรับสถานการณ์วิกฤตอาหารและพลังงาน ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้รายงานข้อมูลประมาณการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าว และปุ๋ยเคมีข้าว ปีการเพาะปลูก 2551/2552 รวมถือสถานการณ์ที่ประเทศไทยจะต้องเผชิญหลังจากราคาข้าวสูงขึ้น จากเดิมมากเป็นประวัติการณ์ ให้นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อวันที่ 21 เมษายน ทราบ เมล็ดพันธุ์ข้าวนาปีซึ่งมีพื้นที่ปลูกข้าว ปี 2551/2552 จำนวน 57,403,566 ไร่ เมื่อรวมกับข้าวนาปรังปี 2552 ซึ่งจะมีการปลูกซ้ำพื้นที่เดิมอีก 11,684,114 ไร่ ทำให้มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวรวม 69,087,679 ไร่ในปีนี้มีความต้องการใช้ทั้งหมด 1,314,042 ตัน ซึ่งอยู่ในมือเกษตรกร 1,037,307 ตัน และอยู่ที่ส่วนราชการ 72,000 ตัน คาดว่าจะขาดเมล็ดพันธุ์ข้าวนาปี 204,735 ตัน โดยประมาณการณ์จากสถานการณ์ราคาข้าวขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ที่มีศักยภาพการเพาะปลูกขยายพื้นที่เพาะปลูก คาดว่ามีพื้นที่เพาะปลูกสูงถึง 60,000 ไร่ รวมพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั้งหมด 71,684,114 ไร่ ความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ทั้งหมดจะสูงขึ้นเป็น 1,354,404 ตัน อยู่ในมือเกษตรกร 1,037,307 ตัน และอยู่ที่ส่วนราชการ 72,000 ตัน คาดว่าเมล็ดพันธุ์ข้าวจะขาด 245,097 ตัน และมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีสูงถึง 2,355,362 ตัน ซึ่งปัญหาเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวขาดแคลนนี้
นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมการข้าวชี้แจงว่า ได้เพิ่มเป้าหมายการสำรองพันธุ์ข้าว จากเดิม 70,000 ตัน เป็น 100,000 ตัน แล้ว อย่างไรก็ตามได้ขอให้เกษตรกรเก็บพันธุ์ข้าวไว้เองสำหรับการเพาะปลูกในครั้งต่อไป ด้าน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่ารัฐบาลมีนโยบายเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร โดยจะพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้มีผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น โดยในช่วงที่ราคาข้าวสูงขึ้นนี้จะเร่งปรับปรุงระบบชลประทานเพื่อให้มีน้ำเพียงพอที่จะปลูกข้าวเพิ่มจากปีละครั้งเป็น 2 3 ครั้ง เพื่อจะได้ส่งออกเพิ่มขึ้นอีก 2 3 เท่าจากปัจจุบันโดยมั่นใจว่าเมื่อส่งออกมากขึ้นแล้วราคาข้าวจะยังมีแนวโน้มสูงอยู่ ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ได้กล่าวว่าตนได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรใน จ.อ่างทอง เรื่องปัญหาค่าเช่าที่ดินทำนาไม่เป็นธรรม จึงได้กำชับให้มีการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองการเช่าที่ดิน พ.ศ. 2524 โดยเฉพาะการกำหนดอัตราค่าเช่าที่เป็นธรรม โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 15 16 ถัง/ปี เป็น 20 ถัง/ฤดูปลูก และจะนำ แนวคิดการคุมครองพื้นที่ทำการเกษตรเข้าหารือที่ประชุม ครม. ในวันนี้
ข้าวถุงหลายยี่ห้อหายไปจาห้างค้าปลีกหลังประมูลข้าวฟิลิปปินส์ - กระทรวงพาณิชย์ ยอมรับว่าผู้บริโภค-ร้านอาหาร ภัตตาคารกักตุนข้าว เพราะกลัวราคาแพง ส่งผลขาดตลาด เผยพ่อค้าหัวใสกว้านซื้อข้าวในห้างค้าปลีกไปขายท้องตลาดได้กำไรส่วนต่าง 5-10% ด้านโมเดิร์นเทรดแฉว่าซัพพลายเออร์บางรายนำส่วนลดเข้ากระเป๋าแทนลดราคาข้าวให้ประชาชน ขณะที่โรงสีแนะจับตาผลผลิตข้าวเวียดนาม เดือนมิถุนายนนี้อาจเพิ่มขึ้นอีก ขณะเดียวกัน ฮ่องกงวิตกว่าไทยจะไม่ขายข้าวให้ พร้อมสู้ราคารับซื้อ ซึ่งข้าวไทยทำสถิติใหม่ราคาเหนือ 1,000 ดอลล์/ตัน ด้านสมาคมโรงสีข้าวออกมาแสดงความเป็นห่วงว่าคนไทยมีหวังต้องเข้าคิวซื้อข้าวแบบฟิลิปปินส์แน่ ถ้า "มิ่งขวัญ" ไม่มีมาตรการชะลอการส่งออกข้าว ทั้งเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมาทีที่ฟิลิปปินส์เปิดซองประมูลข้าว ทำให้ข้าวสาร 5% ภายในประเทศเมื่อวันที่ 18 เมษายน ได้ปรับราคาเพิ่มขึ้นอีก 100-200 บาท/ กระสอบ (100 ก.ก.) จากเดิม 2,500 บาท/กระสอบ ขึ้นเป็น 2,600-2,700 บาท/กระสอบ และมีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้นไปแตะ 3,000 บาท/กระสอบ เป็นผลทำให้ข้าวถุงหลายยี่ห้อทยอยหายไปจากโมเดิร์นเทรดแล้ว
ซีพีอินเตอร์เทรดสยายปีกรับซื้อข้าวตรงจากชาวนาไม่จำกัดจำนวน - นายไตรรัตน์ อุดมศรีโยธิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านจัดซื้อข้าวโครงการพิเศษ บริษัท ซีพี อินเตอร์เทรด จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มราคาข้าวในตลาดโลกยังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ส่งออกจึงปรับตัวหันมาซื้อข้าวโดยตรงกับเกษตรกรถึงท้องนา ทาง ซี.พี.เองมีการซื้อข้าวกับเกษตรกรผ่านโรงสีเครือข่ายในจังหวัดกำแพงเพชร-นครสวรรค์ ราคาข้าวเปลือก 10,500-10,800 บาท/เกวียน โดยให้โรงสีเครือข่ายสีข้าวและรับซื้อคืนข้าวสารในราคา 25,500-26,000 ต่อตัน ซึ่งบริษัทมีการรับซื้อข้าวไม่จำกัดจำนวนเพื่อรับซื้อให้มากขึ้น จาก 3 แห่ง เพิ่มเป็น 10 แห่ง ในอนาคตเราจะสร้างโรงสีเครือข่าย ทุกๆ 100 กิโลเมตรในแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญ เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่งและรับซื้อผลผลิตข้าวให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" นายไตรรัตน์กล่าว นายบัน คีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ ออกมาเตือนว่า โลกจะต้องเพิ่มกำลังการผลิตอาหารอย่างเร่งด่วนเพื่อบรรเทาราคาอาหารที่พุ่งทะยานขึ้นพรวดพราด และให้คำมั่นว่าสหประชาชาติจะหามาตรการช่วยเหลือชาติกำลังพัฒนาจากวิกฤตดังกล่าว โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ความต้องการบริโภคอาหารมีมากกว่าปริมาณที่โลกผลิตได้ ขณะที่ต้นทุนราคาอาหารทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40 ตั้งแต่กลางปี 2550 อันเนื่องมาจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัว และภัยธรรมชาติ ที่ก่อให้เกิดจลาจลในหลายประเทศ
22 เมษายน 2551 - นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่าจะเก็บสต๊อกข้าวรัฐบาลที่เหลือตกค้างอยู่ประมาณ 2.1 ล้านตันต่อไป ท่ามกลางความผันผวนของราคาข้าวที่ปรับตัวอยู่ในเกณฑ์สูงต่อเนื่อง โดยเปลี่ยนใจไม่ยอมนำเอาข้าวจำนวนนี้ออกมาทำ "ข้าวถุงธงฟ้า" เพื่อลดความร้อนแรงของราคาข้าวในประเทศลง ด้านกรมชลประทาน เกรงว่าปริมาณ "น้ำสำรอง" ที่เตรียมไว้สำหรับฤดูแล้งปีหน้า อาจจะเหลือไม่เพียงพอสำหรับการเพาะปลูก หากเจอวิกฤตภัยแล้งรุนแรงในปีหน้า ด้านนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( วท.) ชี้แจงว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด รวบรวมผลงานวิจัยที่เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อนำไปช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภาวะขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว แต่หากไม่พบงานวิจัยใดที่เกี่ยวข้อง ก็จะสั่งการให้หน่วยงานวิจัยทั้งหมดในสังกัด วท.เร่งทำการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่ได้ผลผลิตต่อไร่สูงโดยด่วน พร้อมทั้งจะมอบหมายให้ทำการคัดลอกระดับรหัสพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) ของเมล็ดพันธุ์ข้าวสายพันธุ์ดี เพื่อขยายเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวให้เพิ่มจำนวนขึ้นด้วย
ด้านนาย สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบการจัดทำยุทธศาสตร์รองรับสถานการณ์วิกฤตอาหารและพลังงาน และผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งมีนาย มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ทั้งนี้ สศก. ได้จัดทำรายงานซึ่งพบว่าว่า ปัจจุบันไทยมีพื้นที่เกษตร 130 ล้านไร่ โดยเกษตรภาคกลางต้องเช่าเพาะปลูก 62% ภาคเหนือต้องเช่า 45% ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 10% จึงค่อนข้างเป็นห่วงว่า เจ้าของพื้นที่แท้จริงอาจนำที่ดินไปทำธุรกิจอื่น จึงมีมติเห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและกระทรวงมหาดไทย พิจารณาวางแผนป้องกันปัญหา โดยอาจใช้กฎหมายผังเมืองกำกับดูแลเพื่อช่วยเหลือให้เกษตรกรที่ไม่มีพื้นที่เพาะปลูกเป็นของตัวเอง รวมทั้งตรวจสอบว่ามีกฎหมายใดที่ใช้ช่วยเหลือเกษตรกรที่ถูกขึ้นค่าเช่านาได้ เช่น พ.ร.บ.ค่าเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ที่น่าจะนำมาใช้ได้ โดยระบุโทษกรณีที่เจ้าของที่ดินไม่ปฏิบัติตามสัญญาว่า จำคุก 1 ปี ปรับ 50,000-100,000 บาท ด้านร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้รายงานว่า มีที่ราชพัสดุที่นำมาปรับปรุงให้เป็นพื้นที่เกษตรให้แก่เกษตรกรได้จำนวนมาก โดยคิดค่าเช่าเพียง 20 บาทต่อปี ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของทหาร หากกระทรวงเกษตรฯต้องการใช้ ก็ขอความร่วมมือมาได้ โดยที่แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรฯเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า กว่า 24% ของพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศ อยู่ในความครอบครองของกลุ่มนายทุน โดยภาคกลางมีจำนวนมากที่สุดถึง 64% ทั้งนี้ กลุ่มนายทุนมีหลายรูปแบบ หลายอาชีพ รวมถึงนักการเมืองด้วย และการเปลี่ยนมือของที่ดินเกิดขึ้นมากช่วงเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ นาย สมฤกษ์ พิรุฬห์ธรรม นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า ได้รับการยืนยันจากผู้ผลิตข้าวถุงว่ายังผลิตป้อนห้างเหมือนปกติ แม้จะมีการซื้อข้าวในราคาสูงขึ้น ส่วนความต้องการข้าวสูงกว่าปกติส่วนหนึ่งน่าจะเป็นการเวียนเทียนซื้อเพื่อนำไปทดแทนการไม่จัดส่งข้าวของร้านอาหารขนาดเล็กทั่วไป และร้านค้าขนาดย่อม ซึ่งสมาคมจะทำหนังสือขอให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาทบทวนการนำเอาข้าว 100, 000-200, 000 ตัน ให้สหกรณ์ทั่วประเทศบรรจุถุงและจำหน่ายให้ประชาชนที่เป็นสมาชิกในราคาถูก ส่วนสถานการณ์ข้าวถุงพบว่าจำนวนยี่ห้อที่จัดส่งมาให้ห้างค้าปลีกลดลงจากกว่า 20 ยี่ห้อ ในปี 2550 เหลือเพียง 5-6 ยี่ห้อ และการสั่งซื้อที่รอบหนึ่งเคยใช้ 1-2 สัปดาห์ เวลานี้ต้องสั่งซื้อวันต่อวัน และยังไม่ปรับขึ้น ทั้งที่ผู้ผลิตขอขึ้นมา 10-30% แล้ว โดยธุรกิจข้าวถุงที่ขายผ่านโมเดิร์นเทรดคิดเป็น 15-20% ของปริมาณข้าว แต่ส่วนใหญ่โรงสีจะขายข้าวผ่านพ่อค้าคนกลาง (ยี่ปั้ว) ถึง 80% ซึ่งก็ได้มีการปรับราคาขาย ส่วนปัญหาข้าวถุงที่จำหน่ายในห้างโมเดิร์นเทรดไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทั้งนี้ราคาข้าวในห้างค้าปลีกรายใหญ่ ถูกกว่าข้างนอกประมาณ 10% โดยสัดส่วนการซื้อขายข้าวในห้างกับข้าวนอกปัจจุบันอยู่ที่ 30% ต่อ 70% ด้านซี.พี.ออกมาแจงว่า มีสต็อกข้าวในมือไม่เกิน 1 เดือนของกำลังการผลิตรวม แต่ราคาข้าวขาว และราคาข้าวนึ่งว่าน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น และคัดค้านแนวคิดการคุมราคาข้าวเหมือนกับรัฐบาลจีนและเวียดนามที่รัฐบาลเข้ามาอุดหนุนเพื่อไม่ให้ประชาชนในประเทศเดือดร้อนนั้น แต่ควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด เพราะนโยบายคุมราคาข้าวนี้เป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น แต่จะเกิดการขาดแคลนในระยะยาว เนื่องจากเกษตรกรอาจเปลี่ยนการเพาะปลูกข้าวไปเป็นพืชเกษตรชนิดอื่นที่ได้ราคาดีกว่าการปลูกข้าว และให้สต็อกข้าวของรัฐบาลไว้ที่ 2.1 ล้านตัน เพื่อเป็นความมั่นคงด้านอาหารในประเทศ และผลทางจิตวิทยาที่ช่วยกดราคาข้าวในประเทศไม่ให้สูงไปมากกว่านี้ อนึ่งซีพีมีมีออร์เดอร์เข้ามากเกินกำลังการผลิต ทำให้ทั้งปีเชื่อว่าจะมียอดขายสูงถึง 9 แสนตัน แบ่งเป็นส่งออก 5 แสนกว่าตัน และ ขายในประเทศ 3 แสนตันส่งผลให้ยอดขายของซี.พี.อินเตอร์เทรดปีนี้ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท และในกลางปีหน้า โรงงานปรับปรุงคุณภาพจะแล้วเสร็จทำให้ซี.พี.มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านตัน จะทำให้รายได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น ทะลุเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ว่าจะขายข้าวให้ได้ 6.5 แสนตัน สูงกว่าปีที่แล้ว 40% จากปีที่แล้ว ในวันเดียวกันนี้มีรายงานข่าวว่า ผู้ขับรถบรรทุกข้าวถูกคนร้ายปล้นชิงรถบรรทุกข้าวสารหอมมะลิ จำนวน 320 ถุง หนัก 16 ตัน มูลค่ากว่า 5 แสนบาท ขณะที่ขนมาจากจ.ร้อยเอ็ดจะไปส่งที่จ.ฉะเชิงเทรา ที่ปากช่องเมื่อวันที่ 21 เมษายน ส่วนที่จ.ปราจีนบุรี ขณะนี้ราคารับซื้อข้าวเปลือกอยู่ที่เกวียนละ 13,500 บาท ราคาข้าวหอมมะลิที่ปัจจุบันขายถังละ 560-580 บาท การสำรวจผู้ซื้อพบว่า มีการซื้อข้าวถุงเพื่อกักตุนเพื่อเก็บไว้บริโภคเนื่องจากเกรงว่าข้าวสารขาดแคลน นอกจากนี้ราคาขนมจีนเดิมราคากิโลกรัมละ 15 บาท ปรับมาเป็น 25 บาท และปลายข้าวกิโลกรัมละ 8-12 บาท ปรับเป็นกิโลกรัมละ 26 บาท ด้านนาย ธีรพงษ์ ตั้งธีระสุนันท์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาข้าวที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรสามารถขายข้าวได้ราคาดี และมีเงินมาชำระหนี้คงค้างสะสมที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เกิน 3 ปีจำนวนมาก โดย ณ วันสิ้นงวดปิดบัญชีของธนาคารเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา นอกจากเกษตรกรจะมาชำระหนี้ปกติแล้วยังชำระเพิ่มส่วนที่เป็นเอ็นพีแอลเดิมอีกกว่า 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ผู้รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้มีขบวนการปั่นราคาข้าวถุง อีกทั้งผู้ส่งออกข้าวได้ปรับเปลี่ยนสัดส่วนการผลิตข้าวถุงเพื่อจำหน่ายในประเทศลดน้อยลง และหันไปส่งออกข้าวต่างประเทศเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มซีพี ขายในประเทศ 20% ส่งออก 80 % เนื่องจากส่งออกไปต่างประเทศได้ส่วนต่างมากกว่า ดังนั้นทำให้ห้างค้าปลีกเกิดปัญหาการขาดแคลนข้าวถุงที่จำหน่ายให้กับผู้บริโภคทั่ว ไปและจำเป็นต้องมีการจำกัดจำนวนการซื้อได้คนละไม่เกิน 3 ถุงต่อคน ล่าสุดเมื่อ 22 เมษายน ราคาขายส่งข้าวขาว 100% ทะลุไปถึง 3,000 บาท/กระสอบ ( 100 กิโลกรัม) ข้าว 5% 2,800 บาท/ กระสอบ และข้าวขาว 25% 2,635 บาท/ กระสอบ ส่งผลให้ราคาขายปลีกข้าวหอมมะลิขึ้นไปอยู่ที่ 40 บาท/ก.ก. ข้าว 100% 33 บาท/ก.ก. และข้าว 5% 31 บาท/ก.ก. ขณะเดียวกัน NFA ตัดสินใจที่จะเปิดประมูลข้าวอีกครั้งในต้นเดือนพฤษภาคม แต่จะปรับเปลี่ยนวิธีการประมูลมาเป็นแบบ "รัฐต่อรัฐ" (G-to-G) แทน โดยทางฟิลิปปินส์หวังว่านี้จะลดความร้อนแรงของราคาข้าวลงได้ ด้านนาย ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ออกมาเปิดเผยว่า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสถาบันอาหาร สนับสนุนรัฐบาลในการประกาศให้วิกฤตอาหารและพลังงานเป็นวาระแห่งชาติ โดยภาคเอกชนจะทำสมุดปกขาวยุทธศาสตร์อาหารเสนอต่อรัฐบาลควบคู่กับคณะกรรมการที่รัฐบาลแต่งตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนในอนาคตอย่างถาวร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งแนวยุทธศาสตร์ของนายยุทธศักดิ์นี้เหมือนกับข้อเสนอของเจ้าสัวธนิทร์ ไม่ผิดเพี้ยน ขณะเดียวกันนาย พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ประธานคณะกรรมการธุรกิจเกษตรและอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ออกมาหนุนให้เปิดโอกาสปลูกพืชพลังงานจีเอ็มโอ และใช้พลังงานนิวเคลียร์ ในวันเดียวกันนี้ ผู้ส่งออกชี้ราคาข้าวนิ่งแล้ว แต่ยังไม่เสถียรและอาจพุ่งขึ้นสูงอีกด้านโรงสีแย่งซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิฉุดราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โรงสีข้าวกว่า 40 โรง ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ต่างขึ้นป้ายราคารับซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิที่หน้าโรงสีสูงถึง กิโลกรัมละ 20 บาท หรือตันละ 20,000 บาทแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ข้าวเปลือกหอมมะลิแทบไม่มีเหลืออยู่มือเกษตรกรแล้วเพราะได้พากันจำหน่ายไปหมดก่อนหน้านี้ อนึ่งที่ทุ่งกุลาร้องไห้แหล่งผลิตข้าวหอมฯ โดยเฉพาะทีท จ.บุรีรัมย์ ราคาเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูกหอมมะลิจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากปีที่ผ่านมากิโลกรัมละ 14 บาท ปีนี้เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 25 บาท ส่วนราคาข้าวสารกิโลกรัมละ 38 บาท ส่วนสถานการณ์สากลนั้น นาย ราจัต นัค ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียหรือเอดีบีบอกว่ายุคสมัยที่ราคาอาหารถูกได้ผ่านพ้นไปแล้ว และบรรดารัฐบาลในภูมิเอเชียต่างแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ปัญหาราคาข้าวยากหมากแพงอย่างเกินกว่าเหตุโดยการควบคุมการส่งออก อันเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด แทนที่จะใช้มาตรการด้านการคลังเพื่อช่วยเหลือคนยากจน ทั้งนี้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ระบุว่า ปัจจุบัน 37 ประเทศทั่วโลกเกิดวิกฤติอาหารแล้ว ประกอบด้วย แอฟริกา 21 ประเทศ เอเชีย 10 ประเทศ สหภาพยุโรป 1 ประเทศ และละตินอเมริกา 5 ประเทศ และยังย้ำด้วยว่าดัชนีราคาสินค้าเกษตรโลกในเดือนมี.ค.2551 อยู่ที่ระดับ 220 จุด เพิ่มขึ้น 57% จากเดือนมี.ค.2550 ที่อยู่ที่ระดับ 80 จุด และยังมีแนวโน้มว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า ดัชนีราคาสินค้าเกษตรจะสูงกว่าปัจจุบันถึง 50 เท่า
23 เมษายน 2551 - นายไมเคิล ยอสต์ ผู้บริหารของสำนักงานบริการด้านเกษตรต่างประเทศของรัฐบาลสหรัฐกล่าวว่า รัฐบาลต่างๆ ควรหลีกเลี่ยงการกำหนดมาตรการห้ามส่งออกเพื่อปกป้องผู้บริโภคในประเทศจากราคาอาหารที่พุ่งขึ้น แต่ควรลงทุนเพื่อเพิ่มผลผลิตในเทคโนโลยีใหม่ , ปุ๋ย หรือด้านพันธุศาสตร์ใหม่ๆ ส่วนในไทยนั้นนายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ปัญหาข้าวถุงขาดตลาด และมีราคาแพงขึ้น 30-40% ในขณะนี้ โดยระบุว่า ในวันนี้ (24 เม.ย.) ตนเองได้นัดหารือร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย, สมาคมค้าปลีกไทย และสมาคมโรงสีข้าวไทย เพื่อสร้างความมั่นใจว่าข้าวสารบรรจุถุงจะเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศจะไม่ขาดแคลน โดยจะขอให้ผู้ผลิตข้าวถุงและห้างค้าปลีก แจ้งปริมาณข้าวที่มีอยู่ในครอบครอง ให้กรมการค้าภายในทราบทุกสัปดาห์ เพื่อดูการไหลเวียนของข้าวว่าอยู่ในมือใครบ้าง นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคออกไปตรวจสอบภาวะจำหน่ายข้าวตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในตลาดและร้านค้าปลีกทุกวัน สำหรับราคาข้าวสารบรรจุถุง 5 กิโลกรัม ที่จำหน่ายขณะนี้ ข้าวหอมมะลิ 100% ถุงละ 149-209 บาท, ข้าวหอมปทุมธานี 100% ถุงละ 165-180 บาท, ข้าวขาว 100% ถุงละ 136-160 บาท และข้าวขาว 5% ถุงละ 141-157 บาท
24 เมษายน 2551 - ราคาข้าวขาว 5% ของไทย ที่ถือเป็นมาตรวัดราคาข้าวของโลก พุ่งขึ้นมากกว่า 5% จนทะลุระดับตันละ 1,000 ดอลลาร์ เป็นการสร้างสถิติราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ขึ้นมาใหม่เมื่อวันที่ 24 เมษายน เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าตัวของมกราคมปีที่แล้ว ผู้ผลิตข้าวถุงยันบรรจุถุงขายเต็มที่ แค่เม.ย.เดือนเดียวทำเพิ่ม 58% หรือกว่า 2.8 ล้านถุง อย่างไรก็ตาม นาย ประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทยชี้แจงว่าขณะนี้ชาวนาเกิดปัญหาโรคใบจุด บางพื้นที่มีปัญหาเพลี้ยระบาด จึงทำให้ผลผลิตน้อยลง เหลือประมาณ 55 ถังต่อไร่ ดังนั้น แม้ว่าราคาจะอยู่ในระดับสูงแต่ว่าผลผลิตกลับได้น้อยลง ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นเท่าที่ควร และเสนอให้รัฐบาลควรนำข้าวในสต๊อกที่มีอยู่ 2.13 ล้านตัน ระบายออกมาขายจะทำให้มีกำไรถึง 20,000 ล้านบาท และนำส่วนแบ่งมาตั้งกองทุนและวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าวซักประมาณ 5,000 ล้านบาท ด้านนาง อัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ปัญหาราคาข้าวที่แพงขึ้นขณะนี้ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน 2.5% เท่านั้น แต่อาจส่งผลกระทบทางอ้อมกับราคาสินค้าชนิดอื่นๆ ที่ต้องใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบ จึงต้องทำปัจจัยภายในประเทศให้ดี เพราะอาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเชียรุนแรงมากกว่าที่คิดไว้
อย่างก็ตาม รัฐบาลในหลายประเทศต้องประกาศใช้มาตรการคลี่คลายปัญหาอย่างเร่งด่วนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ส่วนหนึ่งของมาตรการยอดนิยมเชิงรุกคือการเพิ่มเงินอุดหนุนเกษตรกรเพื่อเร่งการเพิ่มผลผลิต การขยับเพิ่มราคารับซื้อขั้นต่ำ และหนุนปลูกข้าวลูกผสมแม้กระทั่งข้าวจีเอ็มโอ ขณะที่หลายประเทศตั้งรับด้วยมาตรการเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นการแจกฟรี-ปันส่วนข้าวราคาถูกที่รัฐทุ่มเงินอุดหนุน หรือแม้แต่ห้ามส่งออก โดยเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา รัฐบาลมาเลเซียประกาศจัดสรรเงินทุน 1,290 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือกว่า 40,700 ล้านบาท) เพื่อเพิ่มผลผลิตอาหารภายในประเทศ ซึ่งหมายรวมถึงผัก ผลไม้ และข้าว โดยประกาศแผนพัฒนารัฐซาราวักบนเกาะบอร์เนียวให้เป็น "อู่ข้าวอู่น้ำ" ( Rice Bowl) แหล่งใหม่ของประเทศ ทั้งนี้เพื่อให้มาเลเซียสามารถปลูกข้าวเลี้ยงตัวเองได้อย่างพอเพียงในอนาคต และช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลฟิลิปปินส์ขอความร่วมมือให้ร้านฟาสต์ฟูดลดปริมาณข้าวที่เสิร์ฟให้แก่ลูกค้าและระงับการให้ใบอนุญาตโครงการอสังหาริมทรัพย์ เช่น สนามกอล์ฟ บนพื้นที่เพาะปลูกข้าว ทั้งนี้นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดี รับปากจะให้รัฐสภาฟิลิปปินส์ผ่านกฎหมายอนุญาตให้ชาวนาสามารถใช้ที่นาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการขอเงินกู้จากธนาคาร ขณะที่นายอาร์เธอร์ แยป รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์เปิดเผยว่าจะทดลองนำข้าวไฮบริด ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ผสมระหว่าง 3 สายพันธุ์ ที่โตเร็วและให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นราว 20% มาปลูกเพื่อสอดคล้องกับแผนเพิ่มผลผลิตของรัฐบาล แนวคิดดังกล่าวมาจากประเทศจีนซึ่งเคยใช้แล้วและประสบความสำเร็จ ส่วนอินโดนีเซีย นางมารี ปังเกสตู รัฐมนตรีการค้าของอินโดฯ กล่าวว่า ผลผลิตข้าวของอินโดนีเซียในปีนี้ จึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 32.63 ล้านตัน ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.45 ล้านตัน แต่คงไม่เพียงพอสำหรับการส่งออก ด้านรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าจะจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรเพิ่มขึ้นอีกเพื่อกระตุ้นให้มีการเพิ่มผลผลิตข้าวและข้าวสาลี หวังผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจะช่วยสกัดกั้นปัญหาเงินเฟ้อที่กำลังไต่ระดับสูงขึ้นทุกขณะ ญี่ปุ่นหวั่นวิกฤติอาหารแพงกระทบหนัก เตรียมเสนอองค์การการค้าโลกกำหนดกฎให้ชัดขึ้นสำหรับการควบคุมการส่งออกอาหารของประเทศผู้ผลิต พร้อมดันปัญหาความมั่นคงทางอาหารขึ้นโต๊ะหารือสุดยอดผู้นำจี 8 เดือน ก.ค.นี้ ทั้งนี้ญี่ปุ่นเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจอันดับสองของโลก ถือเป็นผู้นำเข้าอาหารรายใหญ่ เนื่องจากสามารถพึ่งพาอาหารภายในประเทศได้เพียงร้อยละ 39 ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำสุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมด้วยกัน ด้านนายปีเตอร์ แมนเดลสัน กรรมาธิการการค้าของสหภาพยุโรป ชี้ว่าองค์การการค้าโลกต้องผลักดันไม่ให้ประเทศผู้ผลิตอาหารระงับการส่งออกเพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤติอาหารเลวร้ายลงไปอีก ส่วนนายโทที บันบูรี ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลก (ดับเบิลยูเอฟพี) ประจำภูมิภาคเอเชีย ออกมาเตือนว่าการจำกัดการส่งออกของประเทศผู้ผลิตในเอเชียจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี เพราะผลที่ตามมาคือคนทั่วเอเชียกำลังต้องเผชิญกับภาวะความไม่มั่นคงทางอาหาร ด้านผู้อำนวยการใหญ่ดับเบิลยูเอฟพี โฮเซเต ชีรัน ระบุวิกฤติอาหารเปรียบเหมือน "สึนามิเงียบ" ที่ถาโถมประชากรกว่า 100 ล้านคนทั่วโลกให้จมปลักแห่งความหิวโหย ด้าน นายสตีฟ เมอร์เซอร์ โฆษกสมาคมข้าวสาลีในสหรัฐฯ พยายามโน้มน้าวให้ผู้ซื้อในต่างประเทศยอมรับ จีเอ็มโอ โดยกล่าวว่า ปัจจัยด้านราคาและผลผลิตการเพาะปลูกที่ลดน้อยถอยลงเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้ผู้คนหันมามองเรื่องจีเอ็มโอต่างออกไปจากในอดีต แม้ครั้งหนึ่งเคยเขาเตือนเกษตรกรเรื่องการปลูกข้าวสาลีไบโอเทค ปัจจุบัน พืชจีเอ็มโอที่มีการปลูกส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มพืชเพื่อผลิตน้ำมัน ข้าวโพด ฝ้าย และถั่วเหลือง และแน่นอนว่าจากการเปิดรับพืชจีเอ็มโอมากขึ้นย่อมเป็นผลดีของผู้ส่งออกชาวอเมริกัน เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีการปลูกพืชไบโอเทคิดเป็นครึ่งหนึ่งของการปลูกพืชกลุ่มดังกล่าวทั่วโลกในปีที่แล้ว
25 เมษายน 2551 - โครงการอาหารโลกออกโรงร้องขอเงินบริจาคเพิ่มอีกกว่า 700 ล้านดอลลาร์ช่วยผู้หิวโหย ด้านญี่ปุ่นเล็งส่งความช่วยเหลือเร่งด่วนด้านอาหารมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ให้แอฟริกา ขณะเดียวกันที่สหรัฐและแคนาดากำลังหวั่นว่าปัญหากักตุนข้าวรุนแรงขึ้น ด้านนาย เอ็ด แชฟเฟอร์ รัฐมนตรีเกษตรสหรัฐ รัฐมนตรีเกษตรสหรัฐยืนยันข้าวไม่ขาดแคลน ชี้ราคาพุ่งสูงเป็นปัจจัยเก็งกำไร แม้ราคาข้าวที่ทะยานสูงขึ้นจนทุบสถิติเป็นประวัติการณ์ในตลาดชิคาโก ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก อาจเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากเป็นการเก็งกำไรในตลาด ไม่ใช่เพราะปริมาณข้าวขาดแคลน ในประเทศไทย นายนิพนธ์ พัวพงศกร คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ราคาข้าวขณะนี้สูงมากเป็นราคาฟองสบู่ ทั้งนี้เพราะข้าวเป็นตลาดที่บางมาก มีการซื้อขายกันในตลาดโลกไม่ถึง 3% ของปริมาณการผลิตทั้งหมด เมื่อเกิดความต้องการสูง ราคาจึงกระโดดขึ้นไปผิดปกติ ผันผวนได้ง่ายเหมือนตลาดหุ้น ต้องระมัดระวังให้ดี เพราะผลผลิตรอบใหม่กำลังจะออกมาโดยเฉพาะข้าวจากเวียดนาม จะทำให้ราคาข้าวลดลง แต่จะไม่ถึงขั้นตกต่ำเหมือนที่ผ่านมา แม้ราคาจะลดลงแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ดีอีกต่อไปไม่ต่ำกว่า 5-10 ปี ด้านนาง จันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่ากำลังศึกษาแนวทางขายการคุ้มครองภัยแล้งในข้าว ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัย และ ธ.ก.ส.ถึงความซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนได้ในเร็วๆ นี้ ในวันเดียวกันนี้ นักวิชาการจากสำนักงานเกษตรจังหวัดมหาสารคาม ได้ลงพื้นที่ออกสำรวจแปลงข้าวนาปรังในพื้นที่อำเภอเชียงยืน และอำเภอโกสุมพิสัย พบการระบาดหนักของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในข้าวนาปรังที่กำลังจะให้ผลผลิตแก่เกษตรกรเสียหายกว่า 8,000 ไร่ ในพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลกู่ทอง หนองซอน เหล่าบัวบาน และตำบลนาทอง จำนวนกว่า 7,000 ไร่ และในพื้นที่เขตอำเภอโกสุมพิสัยบางส่วน ที่มีพื้นที่ติดกับอำเภอเชียงยืนก็ได้รับผลกระทบจากเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลสร้างความเสียหายกว่า 1,000 ไร่ ข่าวแจ้งว่า หลังเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดในนาข้าว เกษตรกรบางส่วนได้เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเพื่อหนีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ส่งผลให้ผลผลิตลดลง น้ำหนักข้าวไม่ได้มาตรฐาน ข้าวลีบ และถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง แต่ก็ต้องจำยอมรับสภาพว่า ข้าวที่ขายไม่ได้ราคา และเสี่ยงต่อการขาดทุน นอกจากนี้ยังมีเครือข่าย 4 พันองค์กรเกษตรกรรุดออกมาจี้นายสมัครให้แก้ปัญหาปุ๋ยราคาแพง และต้องการให้รัฐบาลเข้าไปตรวจสอบสต็อกปุ๋ยของบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าปุ๋ย 5 ราย ส่วนทางด้านกรมการข้าวเตรียมของบปี 52 จำนวน 100 ล้านบาทตั้งสถาบันวิจัยข้าวแห่งชาติ ณ ศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี โดยคาดว่าศูนย์แห่งนี้จะเป็นศูนย์กลางด้านข้าวที่มีคุณภาพระดับโลก
27 เมษายน 2551 - นาย ประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย ออกมาชี้แจงว่าไม่เห็นด้วยกับนโยบายที่จะนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศมาช่วยเหลือเกษตรกร
28 เมษายน 2551 - ที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จัดงานเวทีสาธารณะ "วิกฤตอาหาร วิกฤตเศรษฐกิจไทย : ข้าวแพง ชาวนาได้ประโยชน์จริงหรือ ?" โดยนายวิฑูรย์ ปัญญากุล มูลนิธิสายใยแผ่นดินกรีนเนท กล่าวว่า การแก้ปัญหารัฐบาลควรให้ความสำคัญ 3 เรื่อง คือ 1.พัฒนาเทคโนโลยีและการจัดการฟาร์มภายใต้ภาวะความผกผันของสภาพภูมิอากาศและต้นทุนการผลิต 2.นโยบายและแผนปฏิบัติเรื่องข้าวและอาหารอย่างเป็นระบบ โดยไม่ดูเฉพาะการส่งออกของผู้ประกอบการ แต่ดูถึงผลประโยชน์ของผู้บริโภค และ 3.ระบบการประกันราคาที่เป็นธรรมกับเกษตรกร ด้านนางกัญญา อ่อนศรี เกษตรกรปลูกข้าวนาปีแบบเกษตรอินทรีย์ จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก แต่เกษตรกรกลับไม่ได้ประโยชน์จากราคาที่สูงขึ้นนี้เลย เพราะเกษตรกรได้ขายข้าวไปหมดตั้งแต่เดือนธันวาคม 2550 ถึงมกราคม 2551 โดยราคาข้าวเปลือกขายหน้าโรงสีอยู่ที่กิโลกรัมละ 7-8 บาท แต่ปัจจุบันนี้ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 20 บาท เป็นราคาที่สูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ แต่เกษตรกรก็ไม่ได้ประโยชน์จากราคาที่ปรับสูงขึ้นแม้แต่บาทเดียว ส่วนนางกิมอั้ง พงษ์นารายณ์ เกษตรกรปลูกข้าวนาปรัง จ.ชัยนาท กล่าวว่า ยอมรับว่าเกษตรกรที่อยู่ในเขตชลประทานในภาคกลางได้ประโยชน์จากราคาข้าวสูงขึ้น เพราะได้ทำนาปรังซึ่งจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ ทำให้ยังขายข้าวในช่วงนี้ได้อยู่ แต่เชื่อว่าเกษตรกรจะได้ประโยชน์แค่ปีนี้ปีเดียว ปีถัดๆ ไป อาจจะต้องขาดทุนก็ได้ เพราะการปลูกข้าวมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะเรื่องโรคระบาด โดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และสภาพภูมิอากาศหากเกิดพายุหรือมรสุมเข้าทำให้น้ำท่วมนาข้าว ซึ่งหากเกิดความเสียหายเกษตรกรก็จะลำบากขายข้าวไม่ได้ ทำให้เป็นหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ชาวนากู้ยืมเงินมาซื้อปุ๋ยเคมี คราวละเป็นหลักแสนบาท เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จก็ต้องรีบขายข้าวเพื่อนำเงินมาจ่ายเป็นค่าดอก เงินต้นให้กับธ.ก.ส. โดยในวันเดียวกันนี้ ดร.อัมมาร สยามวาลานักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงสภาวะราคาข้าวที่อยู่ในระดับสูงในปัจจุบัน ถือว่าเกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดค้าข้าวทั้งภายในประเทศและตลาดโลก โดยเชื่อว่าระดับราคาสูงเช่นนี้จะทรงตัวอยู่ได้ไม่นาน ซึ่งตนก็เห็นว่ารัฐบาลไม่ควรเข้ามาจุ้นจ้านกับราคาข้าว ขณะที่นายมนตรี คงตระกูลเทียน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ประเทศไทยควรใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงในเรื่องประสิทธิภาพผลผลิตซึ่งควรถามกลับไปยังธนาคารโลกได้แล้วว่า ถึงเวลาที่ไทยจะกู้เงินจากธนาคารโลกเพื่อนำมาปรับปรุงในเรื่องน้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตได้หรือยัง พ้องกันกับที่นายไพบูลย์พลสุวรรณา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เสนอให้รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ในการดำเนินยุทธศาสตร์ข้าวเป็นตัวตั้ง ร่วมกับสินค้าเกษตรอื่นๆ อีกถึง 12 กลุ่มอุตสาหกรรมที่จำเป็นจะต้องพัฒนาไปด้วย นอกจากนี้ ควรพิจารณาถึงระบบชลประทาน ระบบโลจิสติกส์ต่างๆ รวมทั้งนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมควรบรรจุเข้าไปในวาระแห่งชาติข้อท้ายๆ ด้วย
28 เมษายน 2551- นาย เสงียม หงษ์โต กรรมการสมาคมชาวนาไทย จ.สุพรรณบุรี เรียกร้องให้รัฐบาลต้องเพิ่มภาระดูแลมากขึ้น แนวทางแก้ไขต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ขยายพื้นที่ชลประทานเพื่อการปลูกข้าวอย่างเพียงพอ เพิ่มงานด้านวิจัย ส่งเสริมการผลิตข้าว สนับสนุนชาวนา และการปรับปรุงโครงสร้างบริหารจัดการภาครัฐ ให้มีการออกกฎระเบียบหรือมีกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการข้าวแห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีส่วนได้เสียทุกอาชีพ รวมทั้งการปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐ และตั้งกองทุนสวัสดิการชาวนาเพื่อเป็นหลักประกันที่มั่นคงให้ชาวนาในวัยที่พ้นการทำนาแล้ว เพื่อจะมีรายได้เลี้ยงชีพ ในวันเดียวกันนั้น นาย วิทยา ฉายสุวรรณ รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวได้พัฒนาพันธุ์ข้าวลูกผสมพันธุ์ใหม่ที่มีระยะเก็บเกี่ยวสั้นและให้ผลผลิตต่อไร่สูง ไม่แพ้พันธุ์ข้าวลูกผสมของเอกชนที่วางแผนขยายผลให้ชาวนานำไปปลูกในอนาคต ทั้งนี้กรมการข้าวไม่เห็นด้วยกับ ซี.พี. ที่จะปล่อยให้ลอยตัวราคาจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว แม้ต้นทุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ กรมการข้าวเชื่อว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับชาวนาทั่วประเทศจะไม่ขาดแคลน หากมีการจัดตั้งศูนย์ชุมชน ตามโครงการที่ตั้งขึ้น ชาวนาจะมีการประกันความเสี่ยงการันตีได้ว่าจะมีเมล็ดพันธุ์ข้าวอย่างเพียงพอ ด้านนาย ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ ระบุว่า สถานการณ์การส่งออกข้าวเริ่มลดความร้อนแรงลง หลังจากไทยส่งออกข้าวเดือนละ 1 ล้านตันต่อเนื่องมา 5-6 เดือน ล่าสุดเดือนเมษายนคาดว่าจะส่งออกได้ประมาณ 800,000 ตัน หลังจากนั้นคาดว่าจะลดลงเหลือเดือนละ 600,000-700,000 ตัน ซึ่งราคาข้าวขณะนี้เป็นระดับที่สูงมากๆ เริ่มจะมีความเสี่ยง ทั้งนี้สถานการณ์ราคาข้าวยังมีโอกาสจะปรับสูงขึ้น จากขณะนี้ราคาข้าวเปลือกแห้ง (ความชื้น 14%) อยู่ที่ตันละ 15,000-17,000 บาท ไม่เคยสูงอย่างนี้มาก่อน แต่คิดว่าจะมีโอกาสสูงถึง 20,000 บาท เพราะขณะนี้สต๊อกทั่วโลกปรับลดลง ส่วนนาย ปราโมทย์ วานิชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย ได้เสนอความเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาข้าวทั้งระบบว่า รัฐบาลควรจัดตั้ง "กองทุนข้าว" เพื่อพัฒนาข้าวทั้งระบบ ด้วยการนำสต๊อกข้าว 2.1 ล้านตัน มาจำหน่ายนำเงินจำนวนนี้ไปใช้ในการดำเนินการพัฒนาพันธุ์ข้าวซึ่งจะใช้เวลาเพียง 5 เดือนซึ่งวิธีการนี้จะส่งผลดีกับระบบการค้าข้าวทั้งระบบ
29 เมษายน 2551 - นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมครม. ซึ่งมีมติให้กระทรวงพาณิชย์นำข้าวที่อยู่ในสต๊อกรัฐบาล 2.1 ล้านตัน ซึ่งมีทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าว 5% นำมาใส่ถุง ถุงละ 5 กิโลกรัม เพื่อแก้ปัญหาราคาข้าวแพง โดยเริ่มตั้งแต่พ.ค.-ธ.ค.51 ซึ่งเงินที่ขายข้าวได้จะนำไปซื้อข้าวใหม่มาเก็บไว้ในสต๊อกเช่นเดิม ทั้งนี้จะดำเนินการภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งนายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย มีความเห็นต่อมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะส่งผลเสียต่อชาวนา ทำให้ราคาข้าวในท้องตลาดมีราคาลดลง 500 บาทต่อตัน โดยเฉพาะราคาข้าวขาว ทั้งนี้ ตลาดข้าวอ่อนไหวมาก อาจทำให้ลูกค้าในต่างประเทศ ชะลอการสั่งซื้อข้าว เพราะรอดูว่าราคาข้าวจะลดลงมาขนาดไหน ส่งผลทำให้ราคาข้าวในประเทศปรับลดราคาลง ซึ่งภาครัฐควรจะเข้ามาตรวจสอบและสร้างความมั่นในให้แก่ชาวนา ว่าราคาข้าวจะไม่ปรับลดลงไปมากกว่านี้ ล่าสุด จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าวใน จ.นนทบุรี อ.ไทรน้อย ที่มีพื้นที่ปลูกข้าวจำนวนมาก พบชาวนาหลายราย หว่านพันธุ์ข้าวแล้ว แต่ไม่ได้ใส่ปุ๋ย เนื่องจากไม่มีทุนพอ เพราะปุ๋ยเคมีราคาสูงมาก เงินที่ขายข้าวได้ก็ต้องนำไปใช้หนี้ที่ค้างกับสถาบันการเงิน ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาข้าวกำลังอยู่ในภาวะปรับตัว และลดลงบ้าง โดยในวันที่ 30 เมษายน ราคาข้าวสารขาว 100% ราคาลดลง 100 บาท/กระสอบ จาก 2,700 บาท เหลือ 2,600 บาท ส่วนข้าวหอมมะลิราคาทรงตัว และเป็นไปได้ที่ราคาข้าวเปลือกจะปรับลดมากกว่าข้าวสาร เพราะข้าวนาปรังได้ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก และโรงสีได้แย่งซื้อจนเต็มโรงสีไว้แล้ว อาจทำให้ข้าวที่เหลือไม่อาจเข้าโรงสีได้เต็มที่และมีราคาลดลง ประกอบกับต่างประเทศชะลอการนำเข้า ทำให้การส่งออกข้าวขาวในเดือนพฤษภาคมนี้มีแนวโน้มลดลง ส่วนราคาส่งออกข้าวหอมมะลิยังทรงตัว 1,300 เหรียญ ทั้งนี้ ราคาข้าวส่งออกเริ่มอ่อนตัวลงตั้งแต่วันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา จนต่ำกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน และในวันที่ 30 เมษายน ราคาข้าวขาว เกรดบี ลงมาที่ 990 เหรียญสหรัฐต่อตัน ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา มีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยปี 2551 จะเพิ่มเป็น 3,500 ตัน จาก 2,400 ตันเมื่อปีที่แล้ว และเตรียมเพิ่มโควต้าการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวในฤดูกาลหน้า หลังความต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวของเกษตรกรยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพบตัวแทนจำหน่ายพันธุ์ข้าวจากอีสานตระเวนซื้อเมล็ดพันธุ์ถึงที่
1 พฤษภาคม 2551 - นางอภิรดี ตันตาภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เผย 4 เดือนแรกปีนี้ส่งออกแล้ว 4.07 ล้านตัน ดันราคาเพิ่มขึ้น 61% เหตุหลายประเทศต้องการนำเข้าข้าวเก็บสต็อกเพิ่ม ชี้ราคาตลาดโลกยังไม่นิ่ง แนวโน้มราคาในระยะยาว เชื่อว่าอาจจะชะลอตัวบ้าง เพราะราคาน่าจะใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว แต่ราคาไม่ลดต่ำเหมือนปีก่อน นายธนู รอดทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.หัวเขา อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดราคากลางค่าเช่าที่นาให้ชัดเจน เพราะหลังจากราคาข้าวพุ่งสูงขึ้น นายทุนเจ้าของที่ดินต่างบอกเบิกการเช่าที่ดินทำนาโดยจะทำนาเอง หรือการปรับค่าเช่าที่ดินสูงขึ้นสร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรซึ่งไม่มีที่ดินของตนเอง ด้านนายพยุงศักดิ์ ผลรุณ ปลัดอำเภอบางปลาม้า กล่าวว่า ค่าเช่าที่นาของสุพรรณบุรีตามอัตราที่คณะกรรมการค่าเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คชก.) กำหนด จะอยู่ประมาณ 10-15 ถังต่อไร่ต่อปี ยอมรับว่ามีข่าวการขึ้นค่าเช่าเป็น 10-15 ถังต่อไร่ต่อรอบ การทำนาเกิดขึ้นจริง แต่ยังไม่มีชาวนารายได้มาร้องเรียน ในวันเดียวกันนี้ ที่มะนิลา ประธานสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (อีรี่) ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกับกระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ และสถาบันวิจัยข้าวฟิลิปปินส์ เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวเพียงพอกับการบริโภคในประเทศภายใน 3 ปีข้างหน้า เพื่อให้ฟิลิปปินส์เป็นประเทศผลิตข้าวพึ่งตนเองได้ โดย อาเธอร์ ยัฟ รัฐมนตรีเกษตรฟิลิปปินส์แจ้งว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกข้าวประมาณ 24 ล้าน 7 แสนไร่ โดยก่อนหน้านี้ ฟิลิปปินส์ประกาศลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 2 ปี เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวจนสามารถพึ่งตนเองได้ ที่เวียดนาม นายเหงียน ทาห์น เบียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม ได้ปฏิเสธถ้อยแถลงของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีไทย ที่ระบุว่า เวียดนามเห็นพ้องเข้าร่วมตั้งกลุ่มประเทศผู้ส่งออกข้าว ( OREC ) ด้านนายจั่น เทียน ขาย นักเศรษฐศาสตร์การเกษตรของโครงการอบรมเศรษฐกิจฟูลไบรท์ ประจำนครโฮจิมินห์ ซิตี้ของเวียดนาม กล่าวว่า ได้มีการพูดถึงแนวคิดการจัดตั้งกลุ่มผู้ส่งออกข้าวเพื่อสกัดกั้นความผันผวนของราคาข้าวในตลาดมานานหลายปีแล้ว แต่ด้วยผลประโยชน์ที่แตกต่างกันทำให้เป็นเรื่องยากที่หลายประเทศจะยอดรวมตัวกันได้ อนึ่ง แนวคิดเรื่องตั้งกลุ่มโอเรกของไทย ก่อให้เกิดความวิตกกังวลแก่ประเทศนำเข้าข้าว โดยเฉพาะประเทศที่มีฐานะยากจน ที่หวั่นกลัวว่าจะเผชิญปัญหาขาดแคลนข้าวและเกิดปัญหาความหิวโหย เนื่องจากราคาข้าวปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 80% นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ที่เกาหลี ราคาข้าวสารในตลาดโลกแพงขึ้นทำชาวเกาหลีเหนืออดอยากหนักขึ้น ขณะผู้นำอียิปต์เสนอขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 30% ส่วนญี่ปุ่น ต้องผิดหวังหลังเวทีเจรจาองค์การการค้าโลกไม่ขานรับเสียงเรียกร้องให้จำกัดการงดส่งออกผู้ผลิตข้าว เนปาล ล่าสุดระงับขายออกนอกประเทศทั้งข้าวเจ้าและข้าวสาลีเพื่อป้องกันการขาดแคลน ที่ผ่านมาประเทศนี้ส่งออกแป้งสาลีไปยังจีน และข้าวบาสมาตีไปยังบังกลาเทศ ทางด้านจีน ได้กำชับให้ท้องถิ่นต่างๆ ควบคุมการส่งออกธัญพืชชนิดต่างๆ อย่างเข้มงวด กระทรวงพาณิชย์ของจีนยืนยันว่ารัฐบาลจะจำกัดการส่งออกธัญพืช และขอให้ท้องถิ่นต่างๆ เพิ่มการสำรองธัญพืช เนื้อสัตว์ น้ำมันประกอบอาหาร เพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลน และรักษาระดับราคา
2 พฤษภาคม 2551 - ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช แจ้งว่าสหรัฐจะเป็นผู้นำการต่อสู้ปัญหาความอดอยากหิวโหยทั่วโลก โดยเสนอบริจาคเงิน 770 ล้านดอลลาร์ ช่วยกู้วิกฤติอาหารที่กำลังเป็นภัยคุกคามโลกกำลังพัฒนา ตั้งแต่เฮติจนถึงบูร์กินาฟาโซ จนเป็นชนวนเหตุจลาจลแล้วในหลายประเทศ และได้เตรียมเสนอสภาคองเกรสอนุมัติ และจะทำให้จำนวนเงินช่วยเหลือด้านความมั่นคงทางอาหารของโลกโดยรวมสำหรับปี 2552 เพิ่มเป็น 2.66 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่นายฮารุฮิโกะ คูโรดะ ประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียหรือเอดีบี เปิดเผยว่า เอดีบีจะให้งบประมาณฉุกเฉินแก่บรรดาประเทศยากจน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติอาหารแพง โดยงบประมาณฉุกเฉินดังกล่าว จะเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่ประเทศยากจนเหล่านั้นตามการร้องขอ เพื่อนำไปซื้ออาหารบรรเทาความหิวโหย พร้อมกันนี้ เอดีบี ยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวคิดรวมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ เพื่อผูกขาดและกำหนดราคาขายข้าว คล้ายกับกลุ่มโอเปกหรือประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ด้วย ด้านนายลีกวนยิว รัฐมนตรีที่ปรึกษาของสิงคโปร์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ว่า ผมไม่เห็นว่าข้าวจะเป็นประเด็นใหญ่สำหรับชาติในเอเชีย และแม้เวลานี้ราคาข้าวในตลาดโลกได้เพิ่มขึ้นถึง 57% จากปีก่อน ตามรายงานของสหประชาชาติ และอาจนำไปสู่การจลาจลแย่งอาหารในอียิปต์ เฮติ และแคเมอรูน หรือการก่อความไม่สงบใน 33 ประเทศ ตามรายงานของธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ ทว่า เรื่องที่ว่านี้จะไม่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียอย่างแน่นอน ส่วนในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โอลิเวียร์ สกูตเตอร์ ที่ปรึกษาระดับสูงคนใหม่ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ด้านอาหาร ซึ่งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และนักรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวฝรั่งเศส ได้ประณามว่าการดำเนินนโยบายผิดพลาดมานานกว่า 2 ทศวรรษของบรรดาประเทศมหาอำนาจของโลก จนส่งผลให้เกิดวิกฤตอาหารแผ่ขยายไปทั่วโลก ด้านนายกรัฐมนตรี อับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี แห่งมาเลเซีย กล่าวว่า รัฐบาลมาเลเซียจะเลื่อนโครงการสาธารณะที่ยังไม่จำเป็นเร่งด่วนในเวลานี้ออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด เพื่อนำเงิน4,000 ล้าน ริงกิต (ราว 4 หมื่นล้านบาท) ไปใช้ในโครงการด้านอาหารแทน ในประเทศไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังไทย ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี กล่าวถึงแนวทางในการนำที่ราชพัสดุที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาจัดสรรให้เช่าทำการเกษตรว่า ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ จะเสนอคณะรัฐมนตรีให้เรียกคืนที่ราชพัสดุในความครอบครองของส่วนราชการอีกประมาณ 6 แสนไร่ มาใช้ประโยชน์ เนื่องจากกรมธนารักษ์ขอคืนตั้งแต่ปี 2549 แต่เพิ่งได้รับคืนเพียง 2 แสนกว่าไร่ เพื่อนำมาจัดสรรให้เกษตรกร หรือผู้บุกรุกเช่า ในราคาไร่ละ 20 บาทต่อปีเท่าเดิม ใช้ในการปลูกพืชไร่และพืชพลังงานทดแทน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นผู้กำหนดคุณสมบัติและตรวจสอบสภาพดิน เพื่อกำหนดการเพาะปลูกพืชให้เหมาะสม
3 พฤษภาคม 2551 - ที่มาดริด นาย ฟุกุชิโระ นูคากะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น กล่าวเตือนในการประชุมของธนาคารพัฒนาเอเชียหรือ เอดีบี ว่า ราคาสินค้าหลักในการบริโภค เช่น ข้าวที่ทะยานขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา อาจทำให้ภูมิภาคเอเชียเกิดความวุ่นวายในสังคมได้ ด้าน นาย ชาฮีร์ อับดุล ซามัด รัฐมนตรีการค้าภายในประเทศและกิจการผู้บริโภคของมาเลเซีย แถลงในวันนี้ว่า มาเลเซียอาจออกคำสั่งห้ามนำข้าวออกนอกประเทศ เพื่อสกัดบรรดาผู้ซื้อจากชาติเพื่อนบ้านคือไทยกับสิงคโปร์ เพราะมีราคาถูกกว่ามากเมื่อเปรียบเทียบกับราคาในไทย
4 พฤษภาคม 2551 - นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศไทย ที่ข้าวอาหารหลักของคนไทยเริ่มมีราคาแพงขึ้น แม้แต่พระภิกษุ-สามเณรตามวัดต่างๆ ในต่างจังหวัดเริ่มได้รับผลกระทบ โดยพระสังฆาธิการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือแจ้งว่า พฤติกรรมของญาติโยมที่มาใส่บาตรเริ่มเปลี่ยนไป โดยส่วนใหญ่ญาติโยมจะไม่ค่อยใส่ข้าวถุงแล้ว แต่จะเน้นใส่แต่กับข้าวและอาหารแห้ง จำพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้วัดในเขต กทม. ยังไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการใส่บาตรด้วยอาหารแห้ง ในวันเดียวกันรายงานข่าวแจ้งว่า ส.ป.ก. ลุยตั้งนิคมข้าว 1 ล้านไร่ ตามโครงการพลิกโฉมนาข้าวเขตปฏิรูปที่ดิน ในพื้นที่ชลประทาน 18 จังหวัด นำร่องที่ อ.สองพี่น้อง สุพรรณบุรี พร้อมเปิดรับสมัครเอกชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ คาดจะได้ผลผลิตนาปีไม่ต่ำกว่า 500 ล้านตัน โดยคาดหวังจะให้เป็นนิคมการผลิตข้าวอย่างครบวงจร ผ่านระบบคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่งในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ ทางด้านโรงสีทั่วประเทศ เริ่มชะลอซื้อการรับซื้อข้าว พบบางแห่งกดราคารับซื้อ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ระบุ แนวโน้มราคาข้าวเริ่มเข้าสู่ภาวะขาลงชัดเจนขึ้น สังเกตจากราคาข้าวเปลือกตลาดชิคาโกที่เริ่มลดลง แต่ก็ยังมีสิทธิ์ผันผวน ทั้งนี้ การคาดการณ์ผลผลิตข้าวนาปรัง ปี 2551 และข้าวนาปี ปี 2551/52 จะมีผลผลิตรวม 30.18 ล้านตันข้าวเปลือก หรือประมาณ 20 ล้านตันข้าวสาร โดยจะใช้เพื่อการบริโภคภายในประเทศประมาณ 9 ล้านตันข้าวสาร จำแนกเป็นการบริโภค 6.6 ล้านตัน ใช้ทำพันธุ์และใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ประมาณ 2.4 ล้านตันข้าวสาร คาดว่าจะส่งออกทั้งปี 2551 ประมาณ 9 ล้านตัน และที่เหลือเก็บไว้เป็นสตอก ที่ จ.กาฬสินธุ์ โรงสีบางรายฉวยโอกาสกดราคารับซื้อข้าวให้ต่ำลง เนื่องจากชาวนาต้องเกี่ยวข้าวหนีฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้ประสบปัญหาข้าวมีความชื้นสูง โดยตั้งราคารับซื้อเฉลี่ยข้าวเจ้าหอมมะลิข้าวนาปรังตกตันละ 6,000 บาทเท่านั้น ขณะที่สหกรณ์การเกษตรจะรับซื้อตันละ 7,500 บาท ทำให้ชาวนาขาดทุนถึงตันละ 1,500 บาท เช่นเดียวกับที่โรงสีบางแห่งในสุรินทร์ซึ่งกดราคารับซื้อข้าวจากชาวนา นอกจากนี้ยังมี รายงานข่าวจากสำนักงานเกษตรจังหวัดมหาสารคามแจ้งว่า ขณะนี้ได้เกิดโรคระบาดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลสร้างความเสียหายให้กับข้าวนาปรังที่กำลังให้ผลผลิตรวม 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง เสียหายโดยสิ้นเชิง 7 พันไร่ อ.กันทรวิชัย เสียหายกว่า 600 ไร่ อ.เชียงยืน เสียหายกว่า 7 พันไร่ และ อ.โกสุมพิสัย เสียหายกว่า 1.2 หมื่นไร่ รวมพื้นที่ได้รับความเสียหาย 2.7 หมื่นไร่ ประเมินค่าความเสียหายกว่า 35 ล้านบาท อนึ่ง ธ.ก.ส.ได้กำหนดบทบาทของตัวเองใหม่ ซึ่งนาย ธีรพงษ์ ตั้งธีระสุนันท์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การ เกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงกลยุทธ์การขยายสินเชื่อในรอบปีบัญชี 2551 (1 เม.ย. 2551-31 มี.ค.2552) ว่า แผนสินเชื่อเน้นเรื่องการจัดหาพันธุ์พืชที่ดี เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่และลดต้นทุนการผลิต รวมถึงจัดหาแหล่งน้ำ โดยขอความร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตรฝึกอบรมเกษตรกรที่สนใจจะทำอาชีพนี้ หลังผ่านการอบรมแล้วสามารถมาขอสินเชื่อกับ ธ.ก.ส.ได้ในอัตราดอกเบี้ย MLR (7.5%) คาดเริ่มดำเนินการได้ภายใน มิ.ย.นี้ โดยงบปล่อยสินเชื่อปีนี้มี 330,000 ล้าน ซึ่งมีงบประมาณสินเชื่อเพื่อรับจำนำผลิตผลทางการเกษตร 22,000 ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อจัดหาเมล็ดพันธุ์พืชให้เกษตรกร และสินเชื่อพัฒนาแหล่งน้ำ 5,000 ล้านบาท โดยเน้นไปที่สินเชื่อเพื่อการผลิตข้าว, ยางพารา, ข้าวโพด และพืชพลังงานทดแทน เช่น อ้อย, มันสำปะหลัง, ปาล์มน้ำมัน
6 พฤษภาคม 2551 - ชาวนา ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง กว่า 500 คน รวมตัวประท้วง ที่ถูกนายทุนฮั้วโรงสีกดราคารับซื้อข้าวเปลือกจากแปลงนาเหลือเพียงตันละ 9,500 บาท ขณะที่ราคาข้าวปกติในพื้นที่ใกล้เคียงอยู่ที่ตันละ 1.35 หมื่นบาท ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญของ จ.พัทลุง ส่วนที่กาฬสินธุ์ ชาวนาของกลุ่มสมาพันธ์ประชาธิปไตยอีสาน 100 คน เทข้าวเปลือกประท้วงเรียกร้องผ่านผู้ว่าจังหวัดแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เนื่องจากโรงสีทุกแห่งใน จ.กาฬสินธุ์ รับซื้อข้าวเปลือกเพียงตันละ 6,000 บาท ด้านนายสมาน ทัดเที่ยง คณะอนุกรรมการลุ่มน้ำปิงและประธานเครือข่ายสมาพันธ์ลุ่มน้ำกวง เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาข้าวเปลือกที่จำหน่ายในท้องตลาดราคาลดลงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะข้าวเหนียวที่ราคาเหลือเพียงตันละ 6,000 บาทเท่านั้น จากราคาเดิมเมื่อกลางเดือนเมษายน ราคาตันละ 8,000-9,000 บาท ส่วนที่ จ.สุพรรณบุรี ชาวนาเครียดหนี้สินยิงตัวตาย เพราะพื้นที่นาเป็นของตัวเอง 25 ไร่ ได้กู้หนี้สินธนาคารเพื่อการเกษตร มาลงทุนทำนา 6 หมื่นบ้าน และยังไม่ได้ชำระหนี้สิน ในช่วงที่ราคาข้าวเปลือกสูงถึงเกวียนละ 1.3 หมื่นบาท ครอบครัวตนไม่มีข้าวจะขาย เนื่องจากการทำนาประสบปัญหาโรคศัตรูพืช ทำให้เมล็ดข้าวลีบ ทำให้เขาเครียดอย่างมากจึงฆ่าตัวตาย ที่มหาสารคาม พบว่าที่ตลาดกลางผลิตผลการเกษตร สหกรณ์โกสุมพิสัยจำกัด พ่อค้าที่เปิดจุดรับซื้อข้าวได้เลือกซื้อเฉพาะข้าวเจ้า ส่วนข้าวเหนียวได้ปิดการรับซื้อไปแล้วตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ทำให้เกษตรกรต้องประสบปัญหาความเดือดร้อน ไม่มีลานตากข้าว ซึ่งระยะนี้มีฝนตกชุกเกือบทุกวัน ทำให้ข้าวมีความชื้นสูง หากปล่อยไว้นานข้าวจะได้รับความเสียหาย ส่วนที่พิจิตร นายบรรจง ตั้งจิตรวัฒนกุล ประธานโรงสีข้าวจังหวัดพิจิตร ที่มีสมาชิกโรงสีกว่า 20 แห่ง กล่าวว่า โรงสีในจังหวัดมากกว่าครึ่งหนึ่งประกาศหยุดรับซื้อข้าวเกี่ยวสดจากชาวนาชั่วคราว เนื่องจากฝนตกหนัก ท่าข้าวหรือโรงสีที่มีลานตากข้าวไม่สามารถตากข้าวเปลือกให้แห้งได้ และราคาข้าวเปลือกก็ปรับลดลงต่อเนื่อง โดยราคาที่เคยซื้อเมื่อต้นเดือนตันละ 12,000 บาท เหลือเพียง 10,500 บาท ขณะที่ชาวนาไทยกำลังเผชิญภาวะราคาข้าวผันผวน ไซโคลนนาร์กิสได้พัดทำลายเข้าเขตอู่ข้าวอู่น้ำของพม่าในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมากำลังจะเปลี่ยนพม่าจากประเทศผู้ส่งออกข้าว เป็นประเทศที่ต้องนำเข้าข้าว ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมวิกฤติอาหารโลก ซึ่งตามรายงานของสื่อทางการปีนี้เป็นปีที่พม่าขยายระบบชลประทานออกไปอย่างกว้างขวางในเขตอิรวดี เขตย่างกุ้งกับเขตพะโค ซึ่งเป็นเขตผลิตข้าวใหญ่ทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเก่า แต่ทั้งหมดได้กลายเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ที่ถูกไซโคลนนาร์กิสทำลายล้าง ส่วนนายอันโตนิโอ เฮอร์นันเดซ ประธานบริษัทเอโบร ปูเลวา ในสหรัฐซึ่งเป็นบริษัทขายข้าวรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเป็นผู้นำตลาดในอเมริกาเหนือและยุโรป ระบุว่า ราคาข้าวอาจจะแตะจุดสูงสุดแล้ว โดยเฉพาะราคาของไทยที่แตะระดับตันละ 990 ดอลลาร์/ตัน เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และปีหน้าอาจร่วงลงต่ำถึง 600-750 ดอลลาร์/ตันในปีหน้า ด้านนายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ได้เชิญเอกอัครราชทูต 6 ประเทศ ซึ่งเป็นประเทศส่งออกข้าวและเป็นสมาชิกคณะมนตรีว่าด้วยความร่วมมือค้าข้าว (CRTC) ประกอบด้วย ไทย เวียดนาม ปากีสถาน อินเดีย จีน และพม่า มาร่วมรับประทานอาหารกลางวันและหารือถึงปัญหาการขาดแคลนอาหารโลก โดยได้เตรียมจัดการประชุมอย่างเป็นทางการในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า จากนั้นจะมีการกำหนดให้จัดประชุมทุกปี อย่างไรก็ตามนายนพดล กล่าวว่าการร่วมมือดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการกำหนดราคาข้าวแต่อย่างใด
7 พฤษภาคม 2551 - การประท้วงข้าวราคาตกลามไปจ.เชียงราย ซึ่งชาวนาจาก ต.เมืองชุม ต.เวียงชัย และ ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย กว่า 100 คนชุมนุมประท้วงที่หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงรายร้องรัฐประกันราคาไม่ให้ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท ส่วนที่ จ.กาฬสินธุ์ ตัวแทนชาวนากาฬสินธุ์กว่า 100 คน โดยการนำของ นายสำรอง โพธิ์ซก ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตยคนอีสาน ปิดถนนหน้าตลาดแตงโม ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด สายยางตลาด-กาฬสินธุ์ ถนนสายหลัก ส่งผลให้การจราจรติดขัด พร้อมเทข้าวเปลือกลงพื้นถนนเพื่อประจานโรงสีที่กดราคาข้าวเปลือกชาวนา ด้านนายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ควรเร่งหาวิธีแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ไม่ให้เพดานราคาข้าวเปลือกต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท เพราะเมื่อหักค่าความชื้นแล้ว ราคาที่ขายให้โรงสีจะอยู่ที่ตันละ 1.2-1.3 หมื่นบาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่เกษตรกรพอใจ เทียบกับต้นทุนปลูกข้าวนาปรังที่ปัจจุบันอยู่ที่ 5,690 บาทต่อไร่ ด้านนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาข้าวดีขึ้นต่อเนื่อง จากการที่ทุกประเทศทั่วโลกยังต้องการซื้อข้าวจากไทย จนทำให้รัฐบาลมียอดคำสั่งซื้อข้าวสูงถึง 6.7 ล้านตัน และจะเพิ่มอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นไปไม่ได้ที่ราคาข้าวเปลือกในประเทศจะลดลง และไม่ใช่เหตุผลที่โรงสีจะงดรับซื้อข้าวจากชาวนา หากโรงสีใดขาดเงินทุนหมุนเวียนให้ติดต่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตลอดจนผู้ส่งออกหากไม่มีออเดอร์ก็ให้ติดต่อกระทรวงพาณิชย์ ส่วนนายวิเชียร พวงลำเจียก กรรมการสมาคมชาวนาไทย และประธานเครือข่ายเกษตรกร จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ขณะนี้ข้าวเปลือกนาปรังมีราคาตกลงอีกมาก ทราบว่าล่าสุดรับซื้อต่ำสุดที่ประมาณ 7,000-8,000 บาท/ตัน โดยเฉพาะข้าวนาปรังจาก อ.บาง ซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา ที่มีความชื้นสูง มาก หรือเรียกว่าข้าวชุ่มน้ำ ความชื้นเกิน 30% และบางพื้นที่ความชื้นสูงถึง 40% จากฤทธิ์พายุนาร์กีส ทำให้ฝนตกหนักน้ำท่วมแปลงนาปรัง ต้นข้าวล้มและรวงข้าวจมน้ำ ที่สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาข้าวในการซื้อขายที่ตลาดล่วงหน้าในชิคาโก บอร์ด ออฟ เทรด (ซีบีโอที) ของสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 เซนต์ หรือคิดเป็นราว 2.4% มาอยู่ที่ 21.60 เหรียญสหรัฐต่อ 100 ปอนด์ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 4 วัน เนื่องจากพายุไซโคลนถล่มประเทศพม่า สร้างความเสียหายพื้นที่เพาะปลูกหนัก
9 พฤษภาคม 2551 - สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงาน เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ว่าราคาข้าวในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า ชิคาโก บอร์ด ออฟ เทรด (ซีบีโอที) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้นมาอีก 1.15 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 23.50 เหรียญสหรัฐ ต่อ 100 ปอนด์ ในช่วงการซื้อขายครั้งล่าสุด โดยเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และเป็นการเพิ่มขึ้นวันที่ 6 ติดต่อกัน ส่วนที่อินเดีย โกปอล พิลไล รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์แห่งอินเดีย ในฐานะประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก กล่าวเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ว่า รัฐบาลอินเดียอาจอนุญาตให้มีการส่งออกข้าวในจำนวนจำกัดได้ในเร็วๆ นี้ รวมทั้งจะได้ทบทวน ในเรื่องของภาษีการส่งออกข้าว บาสมาติด้วย ท่ามกลางสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่าวิกฤตอาหารเริ่มผ่อนคลายลงบ้างแล้ว สำหรับในประเทศไทย นาย ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ประธานคณะทำงานการกระจายรายได้ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) กล่าวระหว่างการบรรยายนำเรื่อง "ยุทธศาสตร์สร้างสมดุลพืชพลังงานและพืชอาหาร" ว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลระหว่างพืชอาหารและพืชพลังงานให้เหมาะสม ไม่ควรลดพื้นที่การเพาะปลูกข้าวจาก 69-71 ล้านไร่ ให้เหลือเพียง 25 ล้านไร่ โดยวิธีที่ดีที่สุดคือ การเร่งวิจัยและพัฒนาให้พืชอาหารและพืชพลังงานของไทยมีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น แทนการเพิ่มพื้นที่ และหากรัฐบาลต้องการเพิ่มพื้นที่ปลูกพืชพลังงานจริงๆ ก็ควรจะใช้ที่รกร้างว่างเปล่าของรัฐ ซึ่งรัฐจะต้องให้ความสำคัญและรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนให้มากกว่าภาคธุรกิจที่ต้องการผลักดันแนวคิดหรือนโยบายที่ตอบสนองต่อธุรกิจเป็นหลัก ขณะที่นาย ปราโมทย์ วานิชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทยเสนอถึงแนวทางช่วยชาวนาไทยกล่าวว่าการเสนอรวมกลุ่ม OREC ต้องบอกสาเหตุถึงการขึ้นราคาสินค้าและต้องการช่วยชาวนาไทย หากเปิดโต๊ะเจรจากับประเทศอินเดีย และ เวียดนามรวมกลุ่มกันได้อีกครั้งจะทำให้ราคาส่งออกข้าวไทยจะสูงขึ้นแต่ต่างชาติรับได้ ด้านนายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เพื่อให้การซื้อขายข้าวเปลือกให้เป็นไปอย่างมีระบบและมีมาตรฐานสอดคล้องกับภาวะการค้าข้าว กรมการค้าภายในได้ออกประกาศกำหนดการซื้อขายข้าวเปลือกที่มีความชื้น และเป็นข้าวเปลือกที่มีสิ่งเจือปนไม่เกินร้อยละ 2 ของน้ำหนัก ให้มีการหักลดน้ำหนักข้าวเปลือกในอัตราส่วนต่อ 1,000 กิโลกรัมใหม่แล้ว ส่วนนาย สมชัย สัจจพงษ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เร็วๆนี้ สศค.จะเสนอแผนปรับโครงสร้างภาษีระยะปานกลางหรือระยะ 5 ปี ตัวใหม่เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและภาษีสิ่งแวดล้อม โดยจะบอกถึงประโยชน์ของการจัดเก็บและความจำเป็นในการนำภาษีตัวใหม่มาใช้เพื่อให้ระดับนโยบายได้นำไปพิจารณา อย่างไรก็ตาม นาย เกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ โฆษกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า สมาคมได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ เกิดจากการชะลอซื้อของผู้ส่งออก ทำ ให้ราคาข้าวสารในตลาดปรับลดลง ต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือลดลงมาแล้ว 5,000 บาทต่อตัน ราคาข้าว 5% จากเคยขายได้ 2.7 หมื่นบาทต่อตัน เหลือ 2.25 หมื่นบาทต่อตัน
10 พฤษภาคม 2551 น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรมว. ว่าได้มอบนโยบายการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรเพื่อให้เกิดความคล่องตัวและเหมาะสมในการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างความเข้าใจในภาระกิจของธ.ก.ส.เพื่อรวมพลังขับเคลื่อนนโยบายไปสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะการฟื้นฟูและพัฒนาภาคชนบทให้เข้มแข็งและยั่งยืน ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ธ.ก.ส.ทำสัญญารับซื้อพืชผลทางการเกษตรจากเกษตรกรล่วงหน้า โดยเริ่มจากข้าวเป็นอันดับแรก เพื่อให้เกษตรกรมีสัดส่วนรายได้ถึงมือโดยตรงมากขึ้น ไม่ต้องผ่านคนกลาง และเพื่อดูแลราคาข้าวไม่ให้ตกต่ำ ให้เป็นราคาตลาด ซึ่งจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปีนี้ทันที อีกทั้งยังได้เสนอให้เอดีบีเข้ามาสนับสนุนการทำตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า เพื่อให้พืชผลสินค้าเกษตรราคาดีขึ้นและเกษตรกรได้รับเงินโดยตรงมากขึ้น ซึ่งเอดีบีก็รับฟัง แต่ยังไม่ได้ตอบกลับใดๆ ธกส.จึงจะเริ่มดำเนินการเองก่อน โดยให้ธ.ก.ส.ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับเกษตรกรโดยตรง ในวันเดียวกันนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อ้างแหล่งข่าวในแวดวงอุตสาหกรรมและการค้า ระบุว่า ซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำเข้าข้าวอันดับหนึ่งของโลก อาจเริ่มต้นหันมาลงทุนทำนาข้าวในไทยในราวปลายปี 2551นี้ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะดำเนินการเพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นหลัก หากมีมากพอก็อาจส่งออกไปขายให้กับประเทศอื่นๆ ที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านในแถบอ่าวเปอร์เซียด้วยกัน โดยมีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นหลัก
12 พฤษภาคม 2551 - กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดจำหน่ายข้าวถุงธงฟ้ามหาชน ถุงละ 5 กิโลกรัม ราคา 120 บาท ล็อตแรกจำนวน 1 แสนถุง โดยในเขตกรุงเทพมหานครมีจุดจำหน่าย 4 แห่ง จำนวน 73,000 ถุง และในต่างจังหวัดอีก 9 จังหวัด จำนวน 27,000 ถุง คือ เชียงใหม่ พิษณุโลก อุดรธานี นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี สงขลา สมุทรปราการ ราชบุรี และลพบุรี
17 พฤษภาคม 2551 - ราคาข้าวตลาดโลกปรับลดลง 5 วันติดต่อกันในสัปดาห์นี้ และนับเป็นการปรับลดลงรายสัปดาห์ที่มากที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี หลังผู้ส่งออกข้าวสำคัญอย่างปากีสถานและญี่ปุ่นส่งสัญญาณด้านบวก ทำให้ราคาข้าวตลาดโลกปรับลดลงทันที 11 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านที่ช่วยคลายความกังวลเรื่องวิกฤติอาหารโลก ขณะเดียวกันดัชนีราคาอาหารรายเดือนของเอฟเอโอบ่งชี้ว่าปัญหาอาหารแพงอาจใกล้ยุติ โดยที่ราคาข้าวเปลือกนัดส่งมอบเดือน ก.ค.ที่ตลาดชิคาโก ปรับลดลงมา 1.02 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 5 มาอยู่ที่ 19.32 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.เป็นต้นมา หลังก่อนหน้านี้ทะยานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ปอนด์ละ 25.07 ดอลลาร์ ซึ่ง อับดอลเรซา อับบาสเซียง นักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านธัญญาหารของเอฟเอโอ บอกกับรอยเตอร์ว่านี่ดูเหมือนจะเป็นการบ่งบอกว่าช่วงที่เลวร้ายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว ในวันเดียวกัน รศ.ดร. จวงจันทร์ ดวงพัตรา นายกสมาคมเมล็ดพันธุ์พืชแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เสนอให้พัฒนาระบบชลประทานให้ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรกรทั่วประเทศแล้ว ภาครัฐควรปรับปรุงข้าวพันธุ์ลูกผสมซึ่งมีลักษณะต้นที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และให้ปริมาณผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย 1,500-2,000 กก./ไร่ สำหรับเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรไทยในอนาคตด้วย
18 พฤษภาคม 2551 - มาม่า เส้นขาว ขอเพิ่มราคาทั้งตลาดในและส่งออกนอก หลังต้นทุนข้าวพุ่งขึ้นกว่า 300% พร้อมลุยตลาดส่งออกมากขึ้น ทั้งนี้ ต้นทุนวัตถุดิบหลัก ข้าวขาว 100% สำหรับผลิตเส้นหมี่ขาวได้ปรับราคาเพิ่มขึ้น จากกระสอบละ 700 บาท เป็น 2,400 บาท หรือปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 300% เป็นปัจจัยหลักที่กระทบให้ต้นทุนการ ผลิตบะหมี่เส้นขาวปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วยอย่างมาก
20 พฤษภาคม 2551 - เครือข่ายคนจน ในเมืองประกอบด้วย คณะกรรมการประสานงานองค์กร พัฒนาเอกชน คณะกรรมการ สมานฉันท์แรงงานไทย สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เครือข่ายคนไร้บ้าน เครือข่ายสลัม 4 ภาค ร่วมออกแถลงการณ์ หยุดสินค้าราคาแพง ประกันราคาผลผลิต ค่าจ้างแรงงานต้องสมดุลกับ ค่าครองชีพ และรวมตัวกันเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาข้าวยากหมากแพงก่อนแก้รัฐธรรมนูญ
22 พฤษภาคม 2551 - มีกระแสข่าวในหนังสือพิมพ์ในประเทศไทยว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ได้ชักชวนนักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบียเข้ามาลงทุนทำนา ซึ่งประกอบด้วย นาย วาลิด อาเหม็ด จัฟฟาลี รองประธานบริษัท ซาอุดิซีเมนต์ (SCC) ซึ่งเป็นบริษัทซีเมนต์รายใหญ่ที่สุดในซาอุดิอาระเบีย และเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของกลุ่มบริษัท EA Juffali & Brothers กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมและพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดในซาอุดิอาระเบียและภูมิภาคตะวันออกกลาง เข้ามาลงทุนทำนา หรือเช่าที่ดินทำนา หรือการส่งข้าวออกขายต่างประเทศ โดยขณะนี้ได้มีการจัดตั้งบริษัทรวมใจชาวนาขึ้นมาเพื่อรองรับการเข้ามาลงทุนของนักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบียนั้น นาย วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถีหรือไบโอไทย ซึ่งเป็นองค์กรที่ติดตามปัญหาเกี่ยวกับนโยบายด้านอาหาร การเกษตรและความหลากหลายทางชีวภาพ ได้แถลงคัดค้านการลงทุนจากนักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนในการทำนาและทำธุรกิจ ซึ่งเครือข่ายของภาคประชาชน เช่น เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) เครือข่ายหนี้สินชาวนา และเครือข่ายเพื่อการปฏิรูปที่ดิน เพื่อกำหนดแนวทางในการเคลื่อนไหวคัดค้านในเรื่องดังกล่าวภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้กระแสคัดค้านเกิดจากหลายภาคส่วน ซึ่งนาย สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงแนวคิดในการนำนักธุรกิจจากประเทศซาอุดีอาระเบียลงทุนทำนาในประเทศไทยว่า ทางกระทรวงเกษตรฯ ไม่เห็นด้วย และจะต่อต้านให้ถึงที่สุด เพราะแนวคิดดังกล่าวเป็นแนวคิดของนายทุนขายชาติที่มุ่งทำลายวิถีชาวนาไทย โดยกระทรวงเกษตรฯ เตรียมใช้กฎหมายคุ้มครองอาชีพคนไทย มาคัดค้าน นาย สมศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า การเข้ามาลงทุนของนักธุรกิจต่างชาติ ควรเข้ามาลงทุนในรูปแบบของภาคอุตสาหกรรมมากกว่าเข้ามาทำลายภาคเกษตรกรไทย ด้านนาง กัญญา อ่อนศรี ประธานกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอาชีพทางเลือก บ้านทัพไทย จ.สุรินทร์ ชาวนาที่ปลูกข้าวนาปีแบบอินทรีย์ กล่าวว่า เรื่องแบบนี้หัวอกชาวนาได้รับผลกระทบแน่นอน 100% เพราะเมื่อการทำนาเป็นเรื่องของธุรกิจแล้ว ย่อมหวังผลกำไรอย่างสูงสุดแน่นอน ทำทุกวิถีทางที่ทำให้ได้ผลผลิตมากที่สุด ทั้งใส่ปุ๋ยเคมีจำนวนมากเร่งผลผลิต ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ไม่สนใจประชาชนที่อยู่โดยรอบว่าจะได้รับสารพิษตกค้างหรือไม่ ดินจะเป็นอย่างไรต่อไป ไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเหมือนกับที่ชาวนาในพื้นที่ทำอยู่ทุกวันนี้ และทำให้ชาวนาหมดอาชีพ และนาง กิมอั้ง พงษ์นารายณ์ ผู้ประสานสภาเครือข่ายองค์กรประชาชนเกษตรกรทำข้าวนาปรัง จ.ชัยนาท กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะมีบริษัทมาจัดการข้าว เพราะการทำนาของชาวนา ไม่ใช่เพียงอาชีพ แต่เป็นวัฒนธรรม ถ้าบริษัทเอกชนเข้ามาทำธุรกิจข้าว จะไม่เป็นแบบที่ชาวนาที่เป็นคนในพื้นที่ทำ จะหวังแต่กอบโกยให้ได้มากที่สุด ใช้สารเคมีอะไรก็ได้เพื่อให้ได้ผลผลิตมากสุด เพื่อผลกำไรสูงสุด และกระบวนการของการบีบขายที่ดินจะเกิดขึ้น และนายทุนก็จะมาซื้อที่ดิน อาชีพทำนาก็จะไม่ใช่ของชาวนาต่อไป แต่เป็นของนายทุนแทน ด้านนาย ปราโมทย์ วานิชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า เป็นแนวคิดที่น่าอดสูและเป็นการตบหน้าตัวเอง เพราะสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลหลายยุคที่ผ่านมา ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการทำนาและปลูกข้าวของประเทศไทย ส่วนนายคณิสสร นาวานุเคราะห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ในแง่ของกฎหมาย หากกลุ่มทุนซาอุดีอาระเบียถือหุ้นในบริษัทร่วมทุนกับกลุ่มทุนไทยสัด ส่วนเกิน 50% ไม่สามารถประกอบกิจการทำนาในประเทศไทยได้ เพราะผิด พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ทั้งนี้นาย สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า อาชีพทำนาปลูกข้าวเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย จึงไม่เคยคิดว่าจะมีใครไปดึงต่างชาติมาทำ เรื่องนี้ต้องไปถามนาย ประภัตร โพธสุธน ว่าคิดอะไรอยู่ เพราะท่านก็อยู่ในแวดวงอาชีพนี้มาทั้งชีวิต ย่อมรู้ดีว่าทำได้หรือไม่
|
![]() |