<< กลับหน้าแรก
<< กลับหน้ารวมเรื่อง
รายงานโดย
วราภรณ์ ดวงมณี
20
25 ตุลา ปี 50 ฉันและเพื่อนๆ คนหนุ่มสาวสมัชชาคนจน ในฐานะเจ้าภาพจัดงานสัมมนาเยาวชนเวียคัมเปซินา(1)
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีบรรดาตัวแทนเข้าร่วมจากประเทศอินโดนีเซีย
ฟิลิปปินส์ ติมอร์วันตะออก เกาหลีใต้และญี่ปุ่น รวม 45 ชีวิต เยาวชนโลกได้แลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์ชาวนา
ชุมชนและอธิปไตยทางอาหาร และถกเถียงถึงบทบาทของเยาวชนผ่านประเด็นดังกล่าว
นับว่าเป็นปัญหาที่ท้าทายพวกเราอย่างยิ่ง ว่าจะช่วยกันทำให้เยาวชนมีบทบาทในการฟื้นฟูท้องถิ่นและรับผิดชอบสังคมในโลกโลกาภิวัฒน์ได้อย่างไร
ผนวกกับการศึกษาพื้นที่ปัญหาจากอคติทางการพัฒนาและพื้นที่ทางเลือกในประเทศไทย
พื้นที่แก่งเสือเต้น
เป็นชุมชนที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาแหล่งป่าสักทองผืนใหญ่ เป็นพื้นที่โครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นภายใต้การผลักดันของกรมชลประทานตั้งแต่ปี
พ.ศ.2535 หลังรัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ การประเมินผลกระทบจากเขื่อนนอกจากอพยพโยกย้ายชุมชนและทำลายระบบนิเวศน์อย่างมหาศาล
พื้นที่ทำกินประมาณ ๒ หมื่นไร่ จะกลายเป็นอ่างเก็บน้ำทันที ชาวบ้านสะเอียบได้รวมตัวเพื่อปกป้องชุมชนและทรัพยากรกินเวลายาวนานมากว่า
10ปีแล้ว

ทรัพยากรป่าและแม่น้ำเป็นสายเลือดของการดำรงชีวิตเช่นเดียวกับพื้นที่แม่ทา
เราลงแปลงศึกษาแนวคิดและการทำเกษตรกรรมยั่งยืนจาก พ่อพัฒน์ ผู้หันมาทำการผลิตด้วยระบบเกษตรกรรมยั่งยืนเนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ
หนี้สิน และความเสื่อมโทรมของดิน การปรับมาปลูกพืชหลากชนิดที่เหมาะกับสภาพพื้นที่และการใช้ประโยชน์
โดยไม่กังวลว่าไม่เป็นที่นิยมของตลาด แปลงแห่งนี้จึงมีพืชประมาณ 100 กว่าชนิด
และการคงอยู่ของพืชเฉพาะถิ่นจำนวนมาก
ด้วยพื้นฐานปัจจัยการผลิตแบบพึ่งตนเองและต้นทุนทรัพยากรชุมชน เช่น พันธุ์พืช
ปุ๋ย น้ำ ทำให้การทำเกษตรกรแม่ทาไม่ต้องอิงกับบริษัท ทุกวันศุกร์ครอบครัวพ่อพัฒน์จะช่วยกันเก็บพืชผักในแปลงเพื่อให้แม่บ้านไปขายกาดนัดอินทรีย์วันเสาร์
กาดนัดเป็นจุดกระจายผลผลิตและพบปะเกษตรกรผู้ผลิตในพื้นที่อื่นและผู้บริโภคตั้ง
โดยมีคณะกรรมการที่พวกเขามีส่วนร่วมเป็นผู้บริหารจัดการตลาด
สำหรับแก่งเสือเต้นแล้ว
อธิปไตยทางอาหารอยู่ที่การมีสิทธิเหนือทรัพยากรชุมชน และการพัฒนากลไกการจัดการทรัพยากรร่วมกัน
ส่วนแม่ทาเกษตรกรสามารถกำหนดการผลิตที่สัมพันธ์กับท้องถิ่น มีภูมิปัญญาและความรู้ของตัวเองในการผลิต
มีปัจจัยการผลิตที่เข้าถึงได้ แต่ไม่เพียงแต่การผลิตเท่านั้นอธิปไตยทางอาหารยังหมายรวมถึง
ผู้บริโภคมีสิทธิและทางเลือกที่จะบริโภคอาหาร รวมถึงการค้าอาหารต้องเป็นธรรม
ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่เป็นหลักการสากลของบรรดาชาวนาโลก หรือ Via campesina
นั่นเอง
ความแตกต่างกันของสถานการณ์เยาวชนโลกอาจขึ้นอยู่กับประวัติศาสตร์สังคมและการเมือง
แต่โดยรวมแล้วในภาคเกษตรขาดแคลนเยาวชนชาวนา เยาวชนส่วนใหญ่เติบโตเพื่อรองรับอุตสาหกรรมและภาคบริการ
ซึ่งเป็นแรงงานไร้ฝีมือและถูกผลักจากระบบสวัสดิการของรัฐ แต่เยาวชนชาวนากลับไม่มีที่ดิน
และอิสระในการตัดสินใจและต่อรองการผลิต แทบไม่มีความหวังในภาวะตีบตันหลายๆทาง
ดังที่มาดามยูน(2) ได้กล่าวว่า
เยาวชนในชุมชนปัจจุบันกำลังถูกทำลายโดยเสรีนิยมใหม่
หลายคนย้ายเข้าทำงานในเมืองหรือย้ายออกไปต่างประเทศ ทำให้เยาวชนในท้องที่หายไปจากการทำงานภาคการเกษตร
เมื่อไม่มีเยาวชน ก็ไม่มีชุมชน และเมื่อชุมชนหายไป ค่านิยมและวัฒนธรรมของคนในชุมชนก็หายไปเช่นกัน
(3) ไม่เว้นแม้แต่ประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลี
ที่ประสบปัญหาจำนวนเกษตรกรลดลงทุกปี
พลังสร้างสรรค์และการตระหนักถึงพันธกิจจากเยาวชนทุกแง่มุมโลก
ดังที่ อ.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ได้กล่าวถึงความสำคัญของเยาวชนว่า คนรุ่นก่อนที่เคยทำการต่อต้านสงคราม
ต่อต้านทุนนิยมโลกาภิวัฒน์ ก่อนนั้นได้อ่อนล้าลงไป เช่นเดียวกับในไทยก็ไม่สามารถทิ้งภาระไว้ให้คนยุคเดือนตุลาฯ
ได้อีกแล้ว แต่มันเป็นภาระของเยาวชนทั้งโลก ที่จะต้องหาทางไป ศัตรูก็ซับซ้อนมากขึ้น
ไม่ได้มีแบ่งแยกไว้ชัดเจนเหมือนแต่ก่อน Globalization ก็ซับซ้อนมากขึ้น ภาระของเยาวชนในยุคนี้จึงยากกว่า
และหนักกว่าคนรุ่นก่อน
เยาวชนจะต้องคิดซับซ้อนมากขึ้นเพราะมันไม่มีคำตอบสำเร็จรูป
แล้วการเคลื่อนไหวของคนในรุ่นปัจจุบันจะไม่เห็นผลง่ายๆ ในวันนี้ หรือในยุคนี้
แต่จะได้เห็นในยุคของลูกหลานต่อไป....
เชิงอรรถ
(1) Via campesina เป็นเครือข่ายองค์กรชาวนาระดับสากล
มีสมาชิกทั้งองค์กรขนาดเล็ก และเครือข่ายองค์กรชาวนาขนาดใหญ่ประมาณ 134 องค์กร
จากทั้งหมด 76 ประเทศ ใน 8 ภูมิภาคทั่วโลก คือ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เอเชียใต้ แอฟริกา ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ อเมริกากลางและแคริบเบียน
ในไทยมีสมัชชาคนจนสมัครเป็นสมาชิกเมื่อปี 2539
(2) เป็นชาวนาเกาหลีที่ต่อสู้เรื่องสิทธิของผู้หญิง
อดีตเคยเป็นประธานสหพันธ์ชาวนาผู้หญิงเกาหลี(Korean Women Peasants Association
(KWPA)) ปัจจุบันเป็นกรรมการฝ่ายต่างประเทศของ via campesina
(3) ที่มา:www.prachatai.com
วันที่ 24 ธ.ค.50
|