|
|
| ::: มาเลเซีย : จากอาณานิคมสู่ทุนนิยมในโลกอิสลาม ::: |
<< กลับหน้าแรก
<< กลับหน้ารวมเรื่อง อุบล อยู่หว้า
ไม่กี่ชั่วโมงจากสนามบินสุวรรณภูมิก็ถึงสนามบินกัวลาลัมเปอร์แห่งใหม่ ผมต้องแปลกใจอย่างมากเมื่อต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองของมาเลเซีย และพบว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมีรายชื่อผู้ที่จะเข้าประชุมลาเวียคัมเปซินาทุกคนอยู่ในมือ (นายแน่มาก) ซึ่งอาจจะเป็นเพราะการข่าวของทางการมาเลเซียคงจะแน่ประการหนึ่ง หรืออีกประการหนึ่งก็คือเสรีภาพการเคลื่อนไหวขององค์กรประชาชนในมาเลเซียกระทำได้ภายใต้กรอบที่จำกัดอย่างยิ่ง ผมได้รับการประทับตราบนพาสปอร์ต มีข้อความว่า อนุญาตให้อยู่ในมาเลเซียตะวันตกและซาบาร์ 30 วัน เมื่อต่อเครื่องบินไปเมืองคูชิง รัฐซาราวัค สถานที่จัดการประชุม ทั้งชาวต่างประเทศและชาวมาเลเซียเองต้องผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองเช่นกัน ตราประทับบนพาสปอร์ตมีข้อความว่า อนุญาตให้อยู่ในซาราวัค 30 วัน และผมมาทราบภายหลังว่าชาวมาเลเซียจากรัฐต่างๆ ในแถบมาเลเซียตะวันตกเข้ามาทำงานในซาราวัค ต้องขออนุญาตด้วย ความเป็นเอกเทศของรัฐซาราวัคปานประหนึ่งว่าเป็นอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่สืบเนื่องมากจากประวัติศาสตร์ เดิมซาราวัคเคยเป็นดินแดนในการปกครองของราชสำนักแห่งบรูไน ความเป็นรัฐของซาราวัคชัดเจนขึ้นจากความทะเยอทะยานของเจมส์บรูค (James Brook 1803-1868) นักผจญภัยชาวอังกฤษผู้หลงใหลชีวิตในโลกตะวันออก เขาเติบโตในอินเดีย ว่ากันว่าเจมส์บรูคปกครองซาราวัคเสมือนเป็นอาณาจักรส่วนตัว เขาได้รับสิทธิในการครอบครองดินแดนบริเวณลุ่มน้ำซาราวัคในบอร์เนียวตะวันตก หลังจากการที่เขาให้ความช่วยเหลือราชามูดาแห่งบรูไน ปราบปรามกบฏมาลายูหลายกลุ่มในบริเวณลุ่มน้ำซาราวัค เขาสถาปนาตนเองเป็นราชาผิวขาวแห่งซาราวัค (White Rajas) เขาสร้างเมืองหลวงของซาราวัคที่บริเวณหมู่บ้านมาลายูริมแม่น้ำซาราวัคชื่อ เมืองคูชิง (Kushing) หมายถึงแมวป่า ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีอยู่มากในบริเวณนั้นและกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองคูชิงในปัจจุบัน ประชากรส่วนใหญ่ในรัฐซาราวัคเป็นคริสต์เตียน แต่บรรยากาศของเมืองคูชิงก็ดูเคร่งขรึมสะอาด สงบ เป็นบรรยากาศของสังคมอิสลาม แม้ว่าจะมีประชาชนจำนวนไม่น้อยเป็นชาวคริสต์ แต่ก็อยู่ภายใต้รัฐอิสลาม ผู้นำทางการเมืองและบุคคลสำคัญของมาเลเซียมักจะพูดอยู่บ่อยๆ
ว่า สังคมมาเลเซียประกอบด้วยชนหลายเชื้อชาติหลายภาษาแต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสุขสงบ
การพูดเหมือนท่องเอาไว้ของผู้นำแสดงว่าความจริงมันมีปัญหาใช่ไหม? ผู้เข้าร่วมประชุมรายหนึ่งยิงคำถามใส่นักศึกษาหนุ่มชาวจีนจากมหาวิทยาลัยคูชิง
ผู้มาอาสาสมัครช่วยแรงในการจัดการประชุม หนุ่มนักศึกษาอธิบายว่า ความสัมพันธ์ชาวจีนกับชาวมาลายูก็มีปัญหาอยู่
ชาวจีนมักจะมีทัศนะที่ดูหมิ่นชาวมาลายูว่าขี้เกียจบ้าง สกปรกบ้าง"
แต่ซาราวัคก็นับได้ว่าเป็นรัฐที่ความสัมพันธ์ชาวจีนและชาวมาลายู ราบรื่นลงตัวที่สุดแล้วในประเทศ
ไม่เฉพาะทัศนะที่ข่มเหยียดกันระหว่างเชื้อชาติเท่านั้น ชาวมาเลเซียตะวันตกยังมีทัศนะว่าตนเองมีศักดิ์ศรีที่เหนือกว่าคนมาเลเซียตะวันออก
มีเหตุการณ์ที่เกิดกับเพื่อนของเขาขณะที่เดินอยู่ในซอยเปลี่ยวในกัวลาลัมเปอร์
เขาถูกพ่อค้าแผ่น CD คาดคั้นให้ซื้อ CD โป๊ เมื่อปลอดคนก็ยกระดับเป็นการปล้น
ชักอาวุธออกมาจี้บังคับเอาเงินทั้งหมด เพื่อนของนักศึกษาหนุ่มมองหน้าคนร้ายแล้วก็เลยพูดว่า
เป็นชาวจีนด้วยกันแท้ๆ ทำไมทำแบบนี้ คำตอบผสมคำสบถของดาวปล้นก็หลุดออกมาว่า
กูมาเลเซียตะวันตกโว้ย นี่เป็นการเสียดสีระหว่างเพื่อนมนุษย์ที่น่าจะมีอยู่ในทุกสังคม
เศรษฐกิจของประเทศนี้อยู่ในมือชาวจีน กฎหมายมาเลเซียได้คุ้มครองสิทธิ์ชาวมาลายู
ปัจจุบันหากตั้งบริษัทในมาเลเซียกฎหมายกำหนดให้ต้องรับชาวมาลายูเข้าทำงานด้วย
นอกเหนือจากสิทธิทางการเมืองซึ่งมีมากกว่าคนกลุ่มอื่นอยู่แล้ว พื้นที่ในหมู่บ้านเป็นที่ราบลุ่มชายฝั่ง อุดมสมบูรณ์คล้าย 3 จังหวัดชายแดนภายใต้ แต่การใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีการเกษตรยังใช้กันอย่างหนัก พี่น้องชาวบ้านชาวมาเลเซียยังไม่ค่อยรู้จักเกษตรอินทรีย์เท่าใดนัก มะม่วงที่ปลูกพันธุ์อะไรมาจากไหนครับ? คำตอบที่ได้คือ โชคอนันต์จากไทยแลนด์มันดีเพราะให้ลูกได้ตลอดปี ปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อน ได้ชักนำให้เราชาวนาคนละเชื้อชาติ
ภาษา ได้มาเจอกัน ชนเผ่าบิดายูในมาเลเซียที่เรานั่งอยู่บนชานบ้านยาวก็มีปัญหาสิทธิในที่ดินทำกินเช่นกัน
แม้ว่ามาเลเซียจะเป็นประเทศที่มีทรัพยากรมาก ประชากรน้อย มีทรัพยากรเหลือเฟือเพียงพอสำหรับทุกคน
แต่รัฐบาลมาเลเซีย โดยเฉพาะรัฐบาลท้องถิ่นซาราวัค ได้ดำเนินนโยบายให้เอกชนได้สัมปทานที่ดินป่าเขาเพื่อเปิดป่า
ปลูกปาล์มน้ำมันเป็นผืนใหญ่สุดลูกหูลูกตา (Plantation)
ในสัญญาสัมปทานกับรัฐเขียนไว้ว่า สัญญาสัมปทานจะมีผลบังคับเมื่อบริษัทสามารถบุกเบิกพื้นที่และปักเขตได้เท่านั้น
นั่นคือหากพบว่ามีมนุษย์ชนเผ่าใดอยู่ในเขตสัมปทาน ก็ให้บริษัทไปไล่ออกเอาเอง
บริษัทเอกชนจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชาวบ้านออกจากพื้นที่ ชาวบ้านไทยเรามีที่ดินน้อยและไม่มีที่ดินทำกินกว่า
4 ล้านครอบครัว ขณะที่รัฐก็ให้นายทุนเช่าที่ดินของรัฐปลูกยูคาลิปตัส ปลูกปาล์มน้ำมัน
ความโหดเหี้ยมของเศรษฐกิจทุนนิยมอยู่ในทุกที่จริงๆ ทั้งสังคมพุทธ คริสต์
อิสลาม ทรัพยากรธรรมชาติมีเพียงพอสำหรับมนุษย์ทุกคน
แต่มันไม่พอสำหรับความโลภของมนุษย์เพียงคนเดียว
วาทะอมตะของท่านคานธี ยังคงยืนยันสัจจะข้อนี้ได้ตลอดกาล |
![]() |