การจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในสวนป่าโกโก้ ที่ประเทศคอสตาริกา
ตุลาคม 2548

 

ในเมือง ทาลามันคา ( Talamanca ) บนชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ประเทศคอสตาริกา เกษตรกรรายย่อยของประเทศนี้ กำลังเรียนรู้เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพในสวนป่าโกโก้ ซึ่งเป็นโครงการจัดขึ้นโดย Tropical Agricultural Research and Higher Education Center (CATIE) ซึ่งมีเป้าหมายหลัก คือส่งเสริมให้มีการทำเกษตรกรรมเพื่อความยั่งยืน โดยใช้หลักการเพิ่มความหลากหลายของพันธุ์พืชในสวนป่าโกโก้ และเป็นการเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่ง เพื่อลดการบุกรุกพื้นที่ป่าธรรมชาติในเขตป่าสงวน

พื้นที่ทาลามันคานี้ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ซึ่ง องค์กร Conservation International (CI) ได้กำหนดให้พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่เร่งด่วนต่อการอนุรักษ์ (biodiversity hotspot) เพราะว่า ทาลามันคา ตั้งอยู่บนพื้นที่รอยต่อระหว่าง พื้นที่ Talamanca-Caribbean Biological Corridor และพื้นที่ Mesoamerican Biological Corridor ซึ่งถือว่า เป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณ และสัตว์ป่าสูงแห่งหนึ่งของโลก

เนื่องจากชาวสวนใน ทาลามันคา ซึ่งส่วนมากเป็นชาวพื้นเมืองท้องถิ่น Latin mestizos ส่วนมากมีเชื้อสาย Afrocaribbean มีพื้นที่เพาะปลูกเพียงครอบครัวละประมาณ 1-1.5 เฮกตาร์ ซึ่งสามารถเก็บผลผลิตจากเมล็ดโกโก้ได้เพียง 150-250 กิโลกรัมต่อปี โครงการฯ จึงทำการส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตเมล็ดโกโก้ และการปลูกพืชผสมผสานในสวนโกโก้

การเพิ่มผลผลิตเมล็ดโกโก้นั้นทำได้หลายทางเช่น การเก็บเมล็ดโกโก้ด้วยวิธีใช้มีดดาบปาดที่ขั้วก้าน และให้เข้าไปเก็บเมล็ดโกโก้ เป็นประจำทุกอาทิตย์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายการว่าจ้างแรงงานเก็บเกี่ยว และยังสามารถตรวจตราเชื้อโรคที่จะเกิดขึ้น ซึ่งทำให้เกษตรกรป้องกันได้ทัน รวมถึงการฝึกปฏิบัติวิธีการขยายพันธุ์ต้นโกโก้ โดยการติดตา ทาบกิ่ง และการดูแลเรื่องของการหมักและตากแห้งเมล็ด และศึกษาสภาพการณ์ตลาดของเมล็ดโกโก้ด้วย นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ การปลูกพืชที่เป็นพืชอาหารระดับชั้นล่างเพื่อเป็นพืชเสริม และวิธีการการแต่งกิ่งต้นโกโก้ เพื่ออนุญาตให้แสงแดดลอดลงมา ให้พืชชั้นล่างได้ใช้สังเคราะห์แสง และการเจริญเติบโตอีกด้วย

พันธุ์ไม้โกโก้ หรือที่เรารู้จักกันดีว่า ช้อคโกแลต มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ที่ป่าฝนเขตร้อนชื้นอเมซอนตอนบน ของทวีปอเมริกาใต้ และเจริญเติบโตได้ดีในแถบศูนย์สูตรไม่เกิน 15 องศาละติจูดเหนือ-ใต้ของทวีปเอเซีย แอฟริกา และอเมริกากลาง ด้วยเหตุที่โกโก้มีรสชาติ และกลิ่นที่หอมหวาน มัน จึงเป็นที่นิยมของคนทุกเพศทุกวัย จนทำให้โกโก้เป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งด้วย

ต้นโกโก้ที่อยู่ในป่า จะมีความสูงถึง 50 ฟุต (15 เมตร) ซึ่งอยู่ในระดับเรือนยอดชั้นที่สอง รองจากต้นไม้ใหญ่ (60 เมตร) แต่เมื่อนำมาปลูกในสวนจึงต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสม ต้นโกโก้จะเจริบเติบโตได้ดีในพื้นที่ร้อนชื้นและมีฝนตกสม่ำเสมอ อุณภูมิโดยประมาณ 65 องศาฟาเรนไฮ และต้องมีร่มเงาบดบังจากแสงแดดร้อนจัดและกระแสลมที่พัดมาปะทะต้น ต้นโกโก้จะเติบโตได้ดีใต้ร่มเงาไม้ใหญ่อื่น ๆ ชาวสวนจึงต้องปลูกไม้ใหญ่อื่น ๆ เช่น breadfruit, ยางพารา, ไม้วงศ์ทองหลาง เพื่อบังร่มเงาไม่ให้ได้รับแสงแดดที่แรงเกินไป สภาพพื้นที่ร่มเงาที่เหมาะสมจะทำให้ต้นโกโก้นั้นสามารถมีอายุยืนยาวถึง 75-100 ปี หรือมากกว่านั้น

จากการสำรวจพบว่า มีเพียงเกษตรกรรายย่อยที่ปลูกต้นโกโก้ และส่วนมากอยู่ในประเทศแอฟริกาตะวันตก เช่น ประเทศ Ivory Coast , Ghana, Nigeria and Cameroon. สำหรับทวีปเอเซีย ก็มีประเทศประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย เป็นต้น พื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกต้นโกโก้นั้นอยู่ในบริเวณป่าฝนเขตร้อน อันเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และที่สำคัญเป็นแหล่งออกซิเจนที่สำคัญของโลก ดังนั้นจึงต้องมีการอนุรักษ์พื้นที่เหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อทำการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของโลก ขณะเดียวกันชาวสวน หรือชาวบ้านในท้องถิ่นนั้นจะต้องมีอาหาร มีรายได้และมีชีวิตที่ดีเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ด้วย

การจัดการที่มีการวางแผนที่ดี จะทำให้สวนป่าโกโก้ เป็นเสมือนป่ากันชนระหว่างพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และพื้นที่ใช้สอยอื่น ๆ เช่น แปลงเพาะปลูกอื่น ๆ หรือพื้นที่เมือง ต้นโกโก้ที่เจริญเติบโตร่วมกับพันธุ์ไม้ท้องถิ่น จะฟื้นฟูและสร้างความสมดุลในระบบนิเวศ ร่มเงาของชั้นเรือนยอดในสวนป่าโกโก้ จะยังช่วยให้เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า เช่น ผีเสื้อ กบต้นไม้ธนูพิษ (poison arrow tree frog), three-toed sloth และลิง black-faced tamarin และนกมากกว่า 350 ชนิด เช่น นกทูแคน(Toucan ) และนกแก้วอเมซอน(Amazonian parrot ) หรือฝูงนกอพยพชนิดต่าง ๆ เช่น wood trush, scarlet tanager, Baltimore Oriole ซึ่งสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างกับการปลูกสวนกล้วยเชิงเดี่ยว ที่มีสัตว์ป่าเข้ามาใช้น้อยมาก นอกจากนี้จากการศึกษายังพบว่ามีพรรณไม้วงศ์กล้วยไม้มากกว่า 1000 ชนิด และมีวงศ์เฟินร์ ต่าง ๆ เกือบถึง 1000 ประเภท อาศัยภายใต้ร่มเงาของสวนป่าโกโก้ด้วย

ในประเทศเขตร้อนชื้น แนวความคิดการปลูกโกโก้อย่างยั่งยืนสามารถให้ประโยชน์กับทุกสิ่งมีชีวิต ไม่ว่า เกษตรกร พืชและสัตว์ ถ้าเกษตรกรรายย่อยสามารถใช้ชีวิตแนวเกษตรกรรมเพื่อความยั่งยืนได้ ก็จะเกิดพื้นที่รูปแบบเกษตรสวนป่าใหม่ขึ้น และสัตว์ก็สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ระหว่างสวนป่าเกษตรกับพื้นที่ป่าอนุรักษ์ได้ และเพื่อลดค่าใช้จ่ายจากการใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมีกำจัดเชื้อโรค เกษตรกรเองก็มีรายได้เสริม ขณะเดียวกันความหลากหลายทางชีวภาพในสวนป่าโกโก้ จะเป็นการเพิ่มแหล่งที่อยู่อาศัยให้กับสัตว์ป่า และเป็นด่านป้องกันการบุกรุกทำลายป่าเขตร้อนชื้นดั้งเดิมอีกด้วย


แปลและเรียบเรียงจาก .... www.cocoatree.org/thecocoatree/growingcocoa.asp โดย พัชราวรรณ มาทีฆะ