<< กลับหน้าแรก
<< กลับหน้ารวมเรื่อง
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกเหนื่อยล้ากับชีวิตที่เป็นอยู่และเกิดคำถามกับสิ่งมายาที่อยู่รอบกาย
หากคุณต้องการหาสถานที่สักแห่งเพื่อพักผ่อนและค้นหาคำตอบของคำถามข้างต้น
สถานที่นั้นอาจเป็นที่นี้...สวนธรรมร่วมใจวิเวการาม
ฉันเดินทางมาถึงตัวเมืองยโสธรเมื่อใกล้รุ่ง ใช้เวลาช่วงเช้าหมดไปกับการเดินชมตลาดเช้าใกล้สถานีขนส่ง
เพลิดเพลินกับของกินและของใช้นานา จากนั้นจึงไปรอนั่งรถโดยสารระหว่างอำเภอที่มุ่งหน้าไป
อำเภอป่าติ้ว เพื่อไปยัง สวนธรรมร่วมใจวิเวการาม สถานที่ที่มีคนบอกฉันมาว่ามีสิ่งต่างๆ
มากมายให้ฉันไปพบเจอและเรียนรู้
ห่างจากตัวเมืองยโสธรไปตามทางหลวงหมายเลข 202 ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร
คุณจะพบเห็นป้ายของสวนธรรมร่วมใจวิเวการามตั้งสงบอยู่ริมทางเสมือนเป็นสัญญาณว่าสถานที่แห่งนี้ทุกก้าวย่างของผู้มาเยือนจะได้พบเจอแต่ความสงบร่มเย็น
สวนธรรมร่วมใจวิเวการามปัจจุบันยังไม่ได้มีฐานะเป็นวัด หากแต่สถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนที่พักกายของผู้ที่ต้องการหามุมสงบ
รวมทั้งเป็นที่พักใจให้กับผู้ที่เหน็ดเหนื่อยมาจากแห่งหนใดก็ตาม...
สิ่งแรกที่ฉันพบเจอในสถานที่แห่งนี้คือความสงบและร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด
ฉันรู้มาว่าแต่เดิมที่แห่งนี้มีสภาพแห้งแล้ง พื้นดินเป็นดินทราย พืชผลไม่สามารถเพาะปลูกให้ได้ผลดี
แต่ด้วยความมุ่งมั่นและศรัทธาของหลายท่าน จึงได้พลิกฟื้นสถานที่แห่งนี้ให้ร่มรื่น
จนสามารถนำมาใช้เพาะปลูกได้เป็นอย่างดี
วิธีการสำหรับการปรับปรุงสภาพดินที่ฉันรับรู้มาคือ
เขาได้มีการนำฟางข้าวมาคลุมดินให้ทั่วบริเวณ และใช้น้ำหมักชีวภาพซึ่งผลิตขึ้นเองมาราดอย่างสม่ำเสมอ
ในระยะเวลาไม่นานผืนดินก็จะกลับมามีสภาพอุดมสมบูรณ์ ฉันเห็นแล้วก็ต้องยอมรับในความอุตสาหะของเขา
สิ่งเหล่านี้คงเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าหากเขาไม่เชื่อมั่นและศรัทธาในวิถีชีวิตแห่งธรรมชาติ
ด้วยความต้องการให้สวนธรรมร่วมใจวิเวการามเป็นสถานที่แห่งการพึ่งพาตนเองอย่างแท้จริง
ภายในพื้นที่จึงประกอบไปด้วยผืนนาสำหรับผลิตข้าว แปลงผักและสวนผลไม้นานาชนิดเพื่อนำมาประกอบอาหาร
(ฉันลืมบอกไปที่แห่งนี้บริโภคอาหารมังสวิรัติเท่านั้น ดังนั้นใครที่เข้ามาอยู่อาศัยก็จะได้บริโภคอาหารมังสวิรัติเพื่อสุขภาพที่สดสะอาดทุกๆ
วัน) มีการขุดสระเก็บน้ำไว้ใช้ มีโรงสีข้าวอินทรีย์ที่ให้บริการกับชาวนาที่ปลูกข้าวอินทรีย์โดยเฉพาะ
มีการผลิตปุ๋ยชีวภาพและน้ำหมักชีวภาพไว้ใช้อย่างพอเพียงและแจกจ่ายให้กับผู้ที่ต้องการอีกด้วย
พูดง่ายๆ ก็คือหากอยู่ในที่แห่งนี้แล้วแทบไม่ต้องหาซื้ออาหารจากข้างนอกเข้ามาเลย
เพราะทุกอย่างที่บริโภคล้วนสามารถผลิตขึ้นมาได้เอง
นอกจากเป็นแหล่งปฏิบัติธรรมของผู้ที่สนใจแล้วสวนธรรมร่วมใจวิเวการามยังเป็นแหล่งเรียนรู้และขุมทรัพย์ทางปัญญาแก่ผู้ที่สนใจได้เป็นอย่างดี
ฉันแอบเข้าไปดูในห้องสมุดเขามาแล้ว มีหนังสือให้อ่านมากมายจนเลือกไม่ถูก
ซึ่งหนังสือก็มีหลากหลายแนว ทั้งหนังสือธรรมะ หนังสือเรียน และหนังสือทั่วไปเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย
ฉันยังหยิบมาอ่านเสียหลายเล่ม ถ้ามีเวลาว่างฉันคงมาอยู่ในห้องสมุดของเขาได้ทั้งวัน
นอกจากนี้สวนธรรมร่วมใจวิเวการามมีการตั้งสถานีวิทยุชุมชนขึ้นมาเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์ให้กับชุมชนรายรอบเป็นประจำทุกวันอีกด้วย
สำหรับสวนธรรมร่วมใจวิเวการามสิ่งที่ยึดถือปฏิบัติกันมา
คือ การเป็นสถานที่สำหรับการเรียนรู้และปฏิบัติตนบนพื้นฐานของคุณธรรมและแสดงให้เห็นถึงการพึ่งพาตนเองที่สอดคล้องวิถีธรรมชาติ
ซึ่งผู้ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมเยือนก็จะพบเห็นรูปธรรมของสิ่งเหล่านี้ได้ทั่วไป
ตั้งแต่การติดป้ายแสดงธรรมตามบริเวณโดยรอบเพื่อให้ข้อคิด การผลิตข้าวและอาหารทุกชนิดด้วยวิถีธรรมชาติปลอดจากปุ๋ยเคมีและสารเคมีทุกประเภท
แม้แต่ศาลาแสดงธรรมและกุฏิเจ้าอาวาสก็แฝงไปด้วยแง่มุมที่น่าคิดมากมาย ยกตัวอย่างเช่น
ภายในศาลาแสดงธรรมนั้น มีองค์ประกอบของโต๊ะหมู่บูชาที่แตกต่างจากวัดโดยทั่วๆ
ไป ส่วนแตกต่างตรงไหนและแสดงให้เห็นถึงแง่มุมใด อยากเชิญชวนให้คุณไปหาคำตอบกันดู
ฉันเดินชมจนทั่วแล้วก็ใกล้เวลาเที่ยงพอดี
เสียงท้องร้องเริ่มส่งสัญญาณเตือนจึงแกล้งเดินไปที่โรงครัวซึ่งกำลังทำอาหารมังสวิรัติอยู่
ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนคนหิวอย่างฉันไม่น้อย แม่ครัวใจดีเหลียวมาเห็นก็เชื้อเชิญด้วยความกรุณาให้ฉันไปหยิบถาดหลุมมาตักอาหารไปทาน
ฉันจึงไม่รอช้ารีบเดินไปหยิบถาดแล้วไปต่อแถวตักอาหารกับคนอื่นๆ เขา ในใจก็นึกไปถึงสมัยเด็กที่เคยใช้ถาดแบบนี้
ทำให้รู้สึกคิดถึงวันวานที่ผ่านมาไม่น้อย
ข้าวมื้อนี้อร่อยไม่แพ้ข้าวมื้อก่อนๆ แม้ว่าจะเป็นอาหารมังสวิรัติ ฉันกินข้าวไปด้วยความรู้สึกขอบใจคนที่แนะนำให้ฉันมาเยี่ยมที่นี้
รวมทั้งทึ่งในความยึดมั่นและศรัทธาของผู้ที่อยู่อาศัยในที่แห่งนี้ รู้สึกประทับใจสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่นสวยงามและแฝงไปด้วยแง่มุมให้ขบคิดมากมาย
และคิดถึงเพื่อนพี่น้องหลายคนที่ยังไม่มีโอกาสมาในที่แห่งนี้ อยากไปเชิญชวนให้พวกเขามาเยือนสักครั้ง
กินข้าวเสร็จทุกคนต้องล้างจานและแก้วน้ำดื่มของตนเองซึ่งก็เป็นวิถีปฏิบัติอย่างหนึ่งของที่นี้
เขาบอกว่าเป็นการ ล้างจานล้างใจ ฉันจึงได้ล้างใจไปเสียหลายจาน เพราะอาสาล้างจานให้กับคนอื่นๆ
ด้วย
ก่อนที่จะลาจากสถานที่แห่งนี้มา ฉันแอบไปคัดลอกบทกลอนมาบทหนึ่ง เป็นบทกลอนที่ทุกคนจะได้กล่าวก่อนกินข้าวทุกมื้อ
เพื่อเป็นการเตือนตัวเองและทำให้เรารู้ถึงคุณค่าของอาหารที่บริโภคเข้าไป
ฉันว่าน่าสนใจดีจึงเอามาฝาก
บทพิจารณาอาหาร
กินข้าว เคี้ยวทุกคำ เราจดจำ กินเพื่อชาติ
อย่ากิน อย่างเป็นทาส เหงื่อทุกหยาด ของชาวนา
จงกิน เพื่อเป็นไท กินด้วยใจ ที่รู้ค่า
บรรพบุรุษ สร้างสืบมา ร่วมรักษา คุณความดี
ขยันงาน การสร้างสรรค์ มีสัมพันธ์ ฉันท์น้องพี่
สมัครสมาน สามัคคี อุทิศพลี เพื่อชาติไทย
ขอขอบพระคุณชาวนา ที่ปลูกข้าวให้พวกเรารับประทาน
และขอขอบพระคุณ พ่อครัวแม่ครัว ที่ทำอาหารให้พวกเรารับประทานในมื้อนี้
พวกเราจะทำแต่ความดีตอบแทนพระคุณ...สาธุ
สักวันฉันคงมีโอกาสกลับมาเยือนสถานที่แห่งนี้อีก และฉันจะไม่มาคนเดียวแต่จะชวนคนอื่นๆ
มาด้วย...คุณหล่ะสนใจที่จะมากับฉันมั้ย
|