กลับไป sathai โฮมเพจ

ไปทิ่มเม่ากับเครือข่ายเกษตรทางเลือกเมืองลุง

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง


อารีรัตน์ กิตติศิริ

เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก


      วันที่ 9  เดือนกุมภาพันธ์ ฉันได้ไปทิ่มเม่า * บริเวณข้างบ้านน้าเพียร หนูลาย บ้านทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง สมาชิกคนหนึ่งของเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกเมืองลุงได้ร่วมกับเพื่อนๆเป็นหัวเรียวหัวแรงฟื้นประเพณีทิ่มเม่าที่ห่างหายจากพื้นที่กว่า 20 ปี เพื่อนๆน้าเพียรที่กุลีกุจอในการเตรียมทิ่มเม่าต่างมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ฉันลองย้อนนึกไปถึงครั้งเมื่อยังมีทิ่มเม่าคนกลุ่มนี้อยู่ในวัยหนุ่มสาว การทิ่มเม่าครานั้นคงมีความสุขและสนุกสนานตามประสาวัย และเมื่อฉันถามว่าวันนี้คนหนุ่มสาวไปไหน ได้รับคำตอบว่าไปทำงานที่อื่นหมดแล้ว ไม่มีใครมาทำนาหรือมาเป็นเกษตรกรหรอก ดังนั้นทิ่มเม่าครั้งนี้จึงมีคนรุ่น 40 ขึ้นและเป็นผู้หญิงเสียส่วนใหญ่จึงได้บรรยากาศที่คนรุ่นเก่าย้อนคิดถึงอดีตเมื่อครั้งวัยสาว “การทิ่มเม่าได้หายไปจากบ้านทะเลน้อยหลังจากยางพารามาแทนที่ ชาวบ้านปลูกข้าวเจ้าไว้กินแล้วเลิกปลูกข้าวเหนียว ที่เคยเอาไปทำขนมใช้ในงานบุญต่างๆ เช่น บุญเดือน 10 และทิ่มเม่า” นายสวัสดิ์ แก้วเศษกล่าว

       การฟื้นทิ่มเม่าครั้งนี้ทางเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกเมืองลุง ได้มีการเตรียมตัวแต่ต้นฤดูการผลิตโดยสมาชิกเครือข่ายฯเอาข้าวเหนียวก่ำมาปลูกเพื่อไว้ทำขนมและรองรับงานทิ่มเม่า ไม่เพียงแต่ข้าวเหนียวเท่านั้นแต่ข้าวเจ้าพันธุ์พื้นบ้านต่างๆได้ถูกนำมาปลูกเช่น พันธุ์สังข์หยด ไอ้เฉี้ยง เล็บนก ด้วยเพราะเห็นว่าข้าวพื้นบ้านเหมาะสมกับพื้นที่ ทนโรค ทนแมลง ผลผลิตดี ที่สำคัญหากไม่ปลูกไว้ข้าวพื้นบ้านก็จะสูญหายจากพื้นที่ทะเลน้อยไปหมด

      ถึงวันจริง ความร่วมไม้ร่วมมือทั้งจากศูนย์วิจัยข้าว จังหวัดพัทลุง เอาพันธุ์ข้าวพื้นบ้านมาแสดง มีเจ้าหน้าที่มาให้ความรู้ ทางวิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน เครือข่ายชุมชนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดชุมชนทะเลน้อย มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย) ได้ทยอยเอานิทรรศการ เอกสารต่างๆเข้ามา ในขณะเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกเมืองลุงได้ตระเตรียมสถานที่ไว้คอยต้อนรับพร้อมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ครก สาก เตา กะทะ มะพร้าวทึนทึก 2-3 ทลาย เตาย่างขนมจาก กระต่ายขูดมะพร้าวไว้ก่อนหน้านี้ ไม่นับรวมแกงส้มไหลบัว ปลาทอด แกงหมูใส่ผักเหลียงเป็นอาหารสำหรับผู้มาเยือน

      ช่วงบ่ายกลุ่มสร้างสรรคเมืองลุงซึ่งเป็นการรวมตัวของเยาวชนในโรงเรียนต่างๆ เด็กนักเรียน ชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ต่างทยอยเข้ามาในงานดูชมนิทรรศการ หัดทำปี่ซัง ทำขนมจาก ฟังเพลงกล่อมเด็ก ฟังเพลงเรือ เพลงบอกจากผู้เฒ่า แต่สิ่งที่ฉันสนใจเป็นพิเศษก็คือการทิ่มเม่านั้นแหละ อยากรู้ความเป็นมา อยากรู้ว่าหนุ่มสาวสมัยก่อนใช้โอกาสช่วงทิ่มเม่าทำความรู้จักได้ใกล้ชิดสนิทสนม และแล้วฉันได้รู้มาว่า.......

      .......เมื่อก่อนนี้ การทิ่มเม่านั้นทำเพื่อถวายเทวดาที่เป็นทั้งผู้พิทักษ์รักษา ห้วย หนอง คลอง บึง รวมทั้งบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ชุมชน เป็นการขอบคุณเทวดาที่ช่วยให้ผลิตข้าวที่ดี ให้น้ำที่สมบูรณ์ ปกปักรักษาไม่ให้สัตว์เข้ามาทำลายเมล็ดข้าว พร้อมทั้งขอพรให้ทำนามีผลผลิตดีทุกปี มีข้าวเม่าให้กิน โดยจะทำพิธีเชิญเทวดามารวมกันแล้วทำพิธีขอบคุณและขอพร เวลาถวายเอาข้าวเม่ามาคลุกมะพร้าวกับน้ำตาลแล้วนำไปกอง 4 กองบนใบตองเอาไปวางบนหลังคานอกชานบ้าน
และการทิ่มเม่าจะรวมกัน 2-3 ครอบครัว โดยตกลงกันว่าครอบครัวไหนจะเอาเข้าเม่า มะพร้าว น้ำตาลมาแล้วจัดการทิ่มคั่วด้วยกัน กินด้วยกัน มีคนหนุ่มสาวมาช่วยเป็นโอกาสได้ใกล้ชิดสนิทสนมกัน

       .......ข้าวเม่าจะนิ่มและอร่อยนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ข้าวเหนียวและการเก็บเกี่ยวในช่วงที่เหมาะสม รวมทั้งการคั่วที่พอเหมาะพอดี พันธุ์ข้าวที่ดีนั้นต้องใช้พันธุ์ไอ้โต หรือไม่ก็เหนียวดอกจัน เพราะสองพันธุ์นี้ให้ผลผลิตดี เมล็ดข้าวใหญ่ มีกลิ่นหอมและนุ่ม แต่ทั้งสองพันธุ์ก็ได้หายจากพื้นที่ไปเสียแล้ว ส่วนช่วงอายุของข้าวที่เก็บมาทิ่ม ต้องอยู่ในช่วง “ข้าวดีเม่า” คือปลายรวงข้าวสุกเหลืองแต่โคนรวงข้าวสีเขียว(ข้าวน้ำนม) ที่สำคัญเวลาคั่วต้องให้กระทะร้อนก่อนแล้วถึงเอาเมล็ดข้าวลงไปคั่วและใช้ไฟปานกลาง

        ......วิธีการทำ ข้าวเหนียวในแปลงจะถูกเลือกเฉพาะ ข้าวดีเม่า แล้วเก็บด้วยแกะเป็นรวงๆเอาช้อนขูดทีละรวง แล้วเอาไปฝัดอีกครั้ง จากนั้นตั้งกระทะให้ร้อนใส่ข้าวดีเม่าลงไปคั่วให้สุก นำไม้พายที่ทำมาจากทางมะพร้าว ทางสาคูหรือทางระกำเพื่อเวลาคั่วจะไม่ร้อนมือเนื่องจากไม้เหล่านี้มีความชื้นสูง ยาวประมาณ 40-50 เซนติเมตร ตรงปลายพันด้วยกาบมะพร้าวแล้วห่อผ้าอีกครั้งให้เป็นลูกกลมๆขนาดกำมือเพื่อเวลาคั่วความร้อนกระจายอย่างทั่วถึง ใช้เวลาคั่วประมาณ 7-10 นาที เมล็ดข้าวเริ่มแตก เรียกว่า ตอกทุ่(แตกตอก)* หรือเอาเมล็ดข้าวมากัดดูหากไม่ติดฟันแล้วเป็นใช้ได้ จากนั้นรีบนำไปใส่ครกทิ่มทันทีหากปล่อยให้เย็นเมล็ดข้าวจะกรอบเวลาทิ่มจะเป็นผง
อย่างไรก็ตาม หากเมล็ดข้าวที่จะมาทิ่มเม่านั้นเลยช่วงข้าวดีเม่าไปแล้ว ก็สามารถเอามาทำข้าวเม่าได้ แต่หลังจากฝัดแล้วต้องเอามาต้มในน้ำเดือดโดยใส่น้ำท่วมเมล็ดข้าวประมาณ 2 นิ้วสักครึ่งชั่วโมงหรือลองจับเมล็ดข้าวดูหากเมล็ดนิ่มเป็นอันว่าใช้ได้ จากนั้นพักให้สะเด็ดน้ำแล้วถึงนำมาคั่วก่อนนำไปทิ่มเป็นข้าวเม่า

       .......ฉันรู้เคล็ดลับสำคัญอีกอย่างว่า ครั้งแรกเมื่อคั่วข้าวเม่าสุกนั้นให้เอาเมล็ดข้าวเม่าสักหนึ่งกำมือโยนใส่เตาไฟเพื่อเป็นการถวายพระเพลิงก่อน เวลาทิ่มข้าวเม่าจะได้ข้าวเม่าที่สวยดูน่ากิน

       .......วิธีการทิ่ม เป็นการเอาเปลือกข้าวออกจากเนื้อเมล็ดข้าวนั่นเอง หลังคั่วเสร็จเอาเมล็ดใส่ลงครก เริ่มแรกใช้สากทิ่มเบาๆก่อนเพื่อไม่ให้ข้าวจับเป็นก้อนหรือที่เรียกว่า “ขี้หมา” แล้วค่อยทิ่มหนักๆจนข้าวแบน แกลบออกจากเมล็ดข้าว ระหว่างทิ่มนั้นต้องใช้ไม้ด้ามยาวเกลี่ยเมล็ดข้าวสลับตลอดเวลา การทิ่มเม่านั้นส่วนใหญ่ใช้สองคนคือคนหนึ่งถือสาก อีกคนคอยใช้ไม้ด้ามยาวเกลี่ยเมล็ดข้าวในครก หากแต่ผู้ชำนาญใช้มือหนึ่งถือสากอีกมือถือไม้ด้ามยาวไว้เกลี่ยเมล็ดข้าวสลับกันอย่างคล่องแคล้วโดยไม่ต้องอาศัยใครเลย

       สำหรับมือใหม่อย่างฉันต้องใช้สองมือถือสาก และหาอีกคนคอยใช้ไม้ด้ามยาวเกลี่ย แค่นั้นไม่นานก็เมื่อยมือหมดแรงอย่างเร็ว ที่สำคัญการทำทั้งสองอย่างทั้งทิ่มทั้งเกลี่ยต้องสอดประสานกันระหว่างสองคนไม่ให้ไม้และสากมากระทบกันซึ่งเป็นการฝึกสมาธิอย่างดี และบ่อยครั้งฉันเอาสากไปตำเอาไม้ หรือไม่ก็ตำไม่ถูกบริเวณกลางครก เมล็ดข้าวกระเด็นลงพื้นดินรอบๆครกมากมาย ฉันคิดต่อไปว่าหากมีฝูงไก่มาเขี่ยกินละก็ไก่ฝูงนั้นคงอิ่มมีพลีมันเพราะได้อาหารที่หอม อร่อย นิ่มและมีประโยชน์มากทีเดียว

.......หลังจากทิ่มแล้วขั้นตอนต่อไปคือเอากระด้งมาฝัดเปลือกออกให้เหลือแต่ข้าวเม่า เอามะพร้าวทึนทึกที่มีน้ำและความนุ่มที่ขูดด้วยกระต่ายแล้วไปคลุกเคล้ากับข้าวเม่า ใส่น้ำตาลทราย เกลือเล็กน้อยก็ได้ข้าวเม่าที่อร่อยเหาะ บางคนมีวิธีกินที่ต่างจากข้างต้น เช่น เอาน้ำมะพร้าวใส่เกลือเล็กน้อยพรมลงในข้าวเม่า ก่อนใส่มะพร้าวขูดและน้ำตาล บางคนเอาน้ำมะพร้าวใส่ลงไปเลยเพื่อให้ข้าวเม่านิ่ม(สูตรนี้เหมาะกับผู้เฒ่า) แต่ที่อร่อยอีกแบบก็คือเอาข้าวเม่าที่ได้ไปคั่วอีกครั้งให้เป็นลูกตอก * แล้วถึงเอาคลุกกับมะพร้าว น้ำตาลและเกลือแบบนี้จะได้ข้าวเม่าที่กรอบและเห็นว่ามีแต่ที่ภาคใต้เท่านั้น

         เป็นอันว่าช่วงเวลาทิ่มเม่าวันนั้นทำให้ฉันได้รู้ศาสตร์ข้าวเม่าว่าไม่ธรรมดานั้นหมายถึง วิถีชีวิตของชาวนาผูกพันกับความเชื่อศรัทธาที่เคารพเทวดาที่ให้ความสมบูรณ์ทั้งดิน น้ำ ผลผลิตและเชื่อมโยงกับคนในชุมชนที่ต้องพึ่งพาเกื้อกูลกัน วิถีดังกล่าวยังหมายรวมถึงการเลือกปลูกพันธุ์ข้าวเหนียวที่เหมาะสม เก็บเกี่ยวอย่างพอเหมาะอีกทั้งความชำนาญ ความรู้เลือกใช้ไม้พายไว้สำหรับเกลี่ยข้าวเวลาคั่วไม่ให้ร้อนมือ กะขนาดระดับความร้อนของไฟที่เหมาะสม ตลอดจนน้ำหนักมือในการทิ่มที่เหมาะ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนเป็นภูมิปัญญาของชาวนาที่สั่งสมมาในอดีต หากแต่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งถ้าปล่อยให้เวลาในปัจจุบันกลืนกินสิ่งเหล่านี้ไป โดยไม่ฟื้นการทิ่มเม่าเหมือนอย่างที่เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกเมืองลุงทำอย่างที่ฉันได้ไปมา

        ความหมาย ทิ่มเม่า คือตำข้าวเม่า ตอกทุ่ คือการคั่วข้าวที่เมล็ดข้าวเริ่มแตกเป็นข้าวตอก ลูกตอก คือการเอาข้าวเม่าที่ตำแล้วไปคั่วอีกครั้ง


ขอบคุณ น้าสวัสดิ์ แก้วเศษ น้าเพียร หนูลาย ชาวบ้านทะเลน้อยและเครือข่ายเกษตรทางเลือกเมืองลุงทุกท่านที่ให้ข้อมูล