เกษตรผสมผสาน
หัวใจอยู่ที่ปรุงดิน ขุดร่อง
ปลูกพืชไว้กิน มีเหลือเผื่อขาย
<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ากรณีศึกษา

พ่อทองอวน เทศน์ไทย

บ้านกุดหิน ตำบลกำแมด อำเภอกุดชุม จ.ยโสธร
พ่อทองอวน
ทำนาเกษตรผสมผสาน ปลอดสารพิษ และพึ่งตนเอง มากกว่า 12 ปี พ่อทองอวนบอกว่า ในตอนแรกที่เริ่มทำก็มีบ้างที่เกิดความรู้สึกไม่มั่นใจ แต่เมื่อทำเกษตรไปได้สัก 4-5 ปี ก็เริ่มรู้สึกว่าตนเองมีความสุขมากขึ้น มีสุขภาพที่ดี แลเห็นพืชพันธุ์เจริญเติบโตและมีประโยชน์ใช้สอยได้ ถึงแม้พ่อทองอวนจะไม่ร่ำรวยเงินทอง แต่ทว่าไม่เคยอดกิน มีอาหารพืชพันธุ์นานาชนิดตามฤดูกาล ที่ยังสามารถแบ่งปันให้ผู้อื่น หรือสำหรับสัตว์เล็กน้อยใหญ่ ทั้ง นก หนู แมลง ค้างคาว ที่เข้ามากินอาหารเป็นประจำ


พ่อทองอวนเปรียบเทียบว่า แต่ก่อนมีที่นามากกว่า 100 ไร่ แต่ผลผลิตที่ได้มีน้อย รายได้ก็น้อยตามไปด้วย ขณะที่ปัจจุบันท่านมีที่ทำนาเพียง 4 ไร่กว่า แต่พืชพันธุ์อาหารกลับมีมากกว่าอดีตหลายเท่านัก และผลผลิตจากเหลือกิน ก็แบ่งปันให้ผู้อื่นบ้าง นำไปขายที่ตลาดบ้าง เป็นเงินเก็บไว้ใช้สอยยามจำเป็น

จากพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า เนื้อที่ 10 ไร่ พ่อทองอวน ขุดสระทั้งหมด 5 สระ (ตามรูป) สระที่ 5 จะอยู่ด้านล่างของแปลงนาข้าว นาข้าว 4 แปลง ๆ ละประมาณ 1 ไร่ เมื่อปลูกข้าว และเก็บเกี่ยวแล้ว ก็จะปลูกพืชบำรุงดิน เช่น ถั่วพร้า ถั่วพุ่ม ถั่วแดง ถั่วเขียวสลับกันไป เพื่อดูแลให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังปลูกพืชหมุนเวียนในแปลงนาอีกด้วย เช่น ฟักทอง น้ำเต้า เป็นต้น เพื่อให้ดินมีธาตุอาหารที่แตกต่างเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นข้าวในแปลงนาของพ่อทองอวน จึงมีความอุดมสมบูรณ์ รวงข้าวสวยงามนัก

พ่อทองอวนขุดดิน ขึ้นมาถมใช้เป็นที่สร้างบ้านและทำแปลงผัก สระน้ำที่เกิดขึ้นก็สามารถเลี้ยงปลาไว้กิน และเก็บกักน้ำสำหรับหน้าแล้ง รวมถึงใช้รดน้ำผักสวนครัวในแปลง ในสระน้ำมีปลามากกว่า 5 ชนิด เช่น ปลานิล ปลาไน ปลาดุก ปลาตะเพียน พ่อทองอวนบอกว่าปลานิล ปลาไน นั้นกินพืชจำพวกสาหร่าย ผักบุ้ง ผักกระเฉด ในสระอยู่แล้ว บางครั้งก็เด็ดใบมันสำปะหลังโยนลงไปในสระให้เป็นอาหารด้วย ดังนั้นพ่อทองอวนจึงไม่สิ้นเปลืองค่าอาหารปลามากนัก

 

การปลูกผัก พ่อทองอวนจะเลือกปลูกผักที่อยากกินก่อน แล้วจึงปลูกผักอื่น ๆ เสริมตามฤดูกาล และจะต้องกินผักทุกอย่างที่ปลูก เช่น พริก หอม ผักกาด ผักคะน้า กระเพรา โหระพา ผักชีลาว ส่วนในพื้นที่สวนและนาของพ่อทองอวนจะมีพืชพรรณไม้ต่าง ๆ ปลูกไว้ด้วยกันจนหนาแน่น ดูร่มครึ้มเขียวขจีตัดกับสภาพพื้นที่ร้อน แห้งโดยรอบยิ่งนัก มีทั้งไม้ใช้สอย เช่น สัก นุ่น สะเดา ไม้ผล เช่น พุทรา มะม่วง มะพร้าว ตะขบ ละมุด ชมพู่ ฝรั่ง มะละกอ กล้วย แค มะเขือพวง มะเขือยาว ทับทิม นานาชนิด อีกทั้งพืชสมุนไพร เช่น อะลูมินั่ม เสาวรส กระเจี๊ยบ มะนาวโห่ ชะอม ฟ้าทะลายโจร กระชาย หูเสือ บอระเพ็ด ข่า ว่านหางจรเข้ เพชรสังฆาต เป็นต้น

 

ผลผลิตจากพืชพรรณที่มีเหลือเกินจะกิน และได้แบ่งปันให้ผู้อื่นแล้ว ภรรยาของพ่อทองอวน จึงนำพืชผัก ผลไม้ไปขายในตลาดบ้านกำแมด และบ้านโนนยาง อาทิตย์ละประมาณ 3 วัน ขายดีจนเป็นที่รู้จัก เพราะลูกค้ารู้ดีว่าเป็นพืชผักปลอดสารพิษ กินแล้วดีต่อสุขภาพ ทำให้มีรายได้มีเงินเก็บ ไม่ต้องใช้เงินของลูก ๆ ที่ทำงานราชการเลยแม้แต่น้อย

ในอดีตความคิดของพ่อทองอวน คิดว่าต้องมีบ้านใหญ่โต มีเงินทองมากมายจึงจะมีความสุข แต่ปัจจุบันท่านเชื่อมั่นว่า ตัวท่านมีความสุขยิ่งกว่า ทั้งสุขกาย สุขใจ อีกทั้งแนวคิดการปฏิบัติเกษตรพึ่งตนเองนี้ และแปลงนาของท่านยังถูกใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ตัวอย่างแก่เกษตรกรอื่น ๆ ที่สนใจ รวมไปถึงหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่จะเข้ามาศึกษาแนวทางวิถีการดำเนินชีวิตแบบพึ่งตนเองอีกด้วย


<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ากรณีศึกษา