กลับไป sathai โฮมเพจ
กระบวนการเรียนรู้ เรื่องการปลดหนี้
<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ากรณีศึกษา
สค. 2548


เลี่ยม บุตรจันทา

หัวหน้าก๊วนคนเมาแห่งบ้านนาอีสาน หมู่ที่ 16 ตำบลท่ากระดาน
อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา
แต่โชคดีที่เขาได้มีโอกาสที่ทำให้ได้เรียนรู้ตัวเอง เข้าใจตัวเอง และปรับเปลี่ยนชีวิตได้ในที่สุด

เมื่อปี 2539 หลังจากเข้าร่วมเวทีสัมมนาครูรอบพื้นที่ป่าตะวันออก เขาเริ่มทำบันทึกรายจ่าย ขณะนั้นเขามีหนี้สินเป็นแสนบาทสุดเพดานที่จะกู้กับ ธกส. ได้อีกแล้ว ตอนเริ่มต้นทำบันทึกรายจ่ายเกือบต้องเลิกกันกับแม่บ้าน เนื่องจากความไม่เข้าใจ และความระแวงสงสัยที่เกิดขึ้น แต่ในที่สุดการบันทึกรายจ่ายก็กลายเป็นเวทีเล็กๆ ของครอบครัว ที่ทำให้ครอบครัว พ่อ แม่ ลูก เริ่มมีความเข้าอกเข้าใจกัน และเป็นจุดเริ่มต้นให้ครอบครัวร่วมกันคิดวางแผนในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขต่อมา

"...เมื่อผมสรุปรายจ่ายของครอบครัวออกมาทั้งหมด ทำให้ผลถึงบางอ้อว่า ทำไมผมถึงเป็นหนี้ ...ครอบครัวเล็กๆ อย่างผม กินข้าววันหนึ่ง 3 มื้อ ปีหนึ่งมี 365 วัน รวมเป็น 1,095 มื้อ ถ้าหากเราต้องซื้อกินทั้งหมดคิดถูกๆ 1 มื้อ 20 บาท เป็นเงิน 21,900 บาท หากคิดว่าจะนำเงินขายข้าวโพดไปซื้อกิน กี่ไร่จึงจะพอนี่คิดแค่เรื่องกิน ไหนจะค่าลูกไปโรงเรียนและค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ อีกมากมาย

และในส่วนที่ทำให้ผมคิดได้มากที่สุดก็คือ มีรายจ่ายค่าเหล้า ค่าบุหรี่ ค่าหวย พนันมวย และอบายมุขอื่นๆ ที่เป็นรายจ่ายส่วนตัวของผมนั้นรวมแล้วเกือบ 60,000 บาท

ในขณะที่แม่บ้านผมก็พึ่งรถพุ่มพวง จ่ายเป็นค่ากับข้าวประมาณ 20,000 กว่าบาท ดูรายการที่จ่ายออกไปแล้ว พบว่าเกือบทุกอย่างสามารถปลูกเองทำเองได้ทั้งนั้น

การทำบันทึกรายจ่าย...?

หลักการ คือ คิดแล้วทำทันที จริงใจ ไม่หลอกตัวเอง ไม่หลอกกันเอง และต้องทำต่อเนื่อง ช่วงเริ่มต้นจะพบอุปสรรคอย่างมาก เพราะเป็นเรื่องที่เราไม่เคยทำกัน แต่ก็จะผ่านไปด้วยดี ถ้ามีความอดทน และเมื่อสรุปข้อมูลออกมา ขอให้ยอมรับและช่วยกันคิดต่อว่าจะทำอย่างไรกันดี

จึงทำให้ครอบครัวเราต้องคุยกัน ผมตัดสินใจชาวแม่บ้าน เลิกทำไร่ข้าวโพด หันมาปลูกผักสวนครัว และทำวนเกษตร ในคติที่ว่า ปลูกทุกอย่างที่กิน และกินทุกอย่างที่ปลูก ในขณะเดียวกันผมก็ให้สัญญาและสาบานกับแม่บ้านว่าผมจะเลิกอบายมุขทั้งหมดโดยสิ้นเชิงเช่นเดียวกัน... อุปกรณ์ เพียงสมุดหนึ่งเล่ม และปากกาหนึ่งด้านเท่านั้น ก็เริ่มต้นได้หรืออาจเริ่มง่ายๆ ด้วยตารางบันทึกรายจ่ายที่ทำเป็นตาราง ก็จะทำให้มีความสะดวกมากข้น


พอปลูกกินไม่นาน มันก็เหลือกิน ขายได้ 5 บาท 10 บาท ถ้าขายได้เงินเหลือทั้งหมด ทำให้มั่นใจในแนวทางนี้ยิ่งขึ้น จากปี 2540 ที่ผมประกาศพักหนี้กับ ธกส. ก่อนใครเพื่อน พอปี 2542 ภรรยาผมรวบรวมเงินได้ 30,000 กว่าบาท ให้ผมไปใช้หนี้ ธกส. ... ผมมองเห็นเลยว่าไม่เกิน 10 ปี ผมต้องใช้หนี้ ธกส. หมด

เลยมานั่งคิดว่าอยากให้ครอบครัวอื่นๆ ในหมู่บ้านมีความสุขบ้าง จะทำอย่างไร

 

เรื่องจาก...ผู้ใหญ่วิบูลย์ การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเอง พัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน, ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนป่าตะวันออก (วนเกษตร) 224 หมู่ 1 ต.ลาดกะทิง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา 24160

 

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ากรณีศึกษา
ติดต่อ sathai.org