![]() |
|
| กระบวนการเรียนรู้
เรื่องการปลดหนี้ << กลับหน้าแรก << กลับหน้ากรณีศึกษา |
สค. 2548 |
เมื่อปี 2539 หลังจากเข้าร่วมเวทีสัมมนาครูรอบพื้นที่ป่าตะวันออก
เขาเริ่มทำบันทึกรายจ่าย ขณะนั้นเขามีหนี้สินเป็นแสนบาทสุดเพดานที่จะกู้กับ
ธกส. ได้อีกแล้ว ตอนเริ่มต้นทำบันทึกรายจ่ายเกือบต้องเลิกกันกับแม่บ้าน เนื่องจากความไม่เข้าใจ
และความระแวงสงสัยที่เกิดขึ้น แต่ในที่สุดการบันทึกรายจ่ายก็กลายเป็นเวทีเล็กๆ
ของครอบครัว ที่ทำให้ครอบครัว พ่อ แม่ ลูก เริ่มมีความเข้าอกเข้าใจกัน และเป็นจุดเริ่มต้นให้ครอบครัวร่วมกันคิดวางแผนในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขต่อมา |
|
"...เมื่อผมสรุปรายจ่ายของครอบครัวออกมาทั้งหมด
ทำให้ผลถึงบางอ้อว่า ทำไมผมถึงเป็นหนี้ ...ครอบครัวเล็กๆ อย่างผม กินข้าววันหนึ่ง
3 มื้อ ปีหนึ่งมี 365 วัน รวมเป็น 1,095 มื้อ ถ้าหากเราต้องซื้อกินทั้งหมดคิดถูกๆ
1 มื้อ 20 บาท เป็นเงิน 21,900 บาท หากคิดว่าจะนำเงินขายข้าวโพดไปซื้อกิน
กี่ไร่จึงจะพอนี่คิดแค่เรื่องกิน ไหนจะค่าลูกไปโรงเรียนและค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ
อีกมากมาย |
|
และในส่วนที่ทำให้ผมคิดได้มากที่สุดก็คือ มีรายจ่ายค่าเหล้า ค่าบุหรี่ ค่าหวย พนันมวย และอบายมุขอื่นๆ ที่เป็นรายจ่ายส่วนตัวของผมนั้นรวมแล้วเกือบ 60,000 บาท ในขณะที่แม่บ้านผมก็พึ่งรถพุ่มพวง
จ่ายเป็นค่ากับข้าวประมาณ 20,000 กว่าบาท ดูรายการที่จ่ายออกไปแล้ว พบว่าเกือบทุกอย่างสามารถปลูกเองทำเองได้ทั้งนั้น |
การทำบันทึกรายจ่าย...? หลักการ
คือ คิดแล้วทำทันที จริงใจ ไม่หลอกตัวเอง
ไม่หลอกกันเอง และต้องทำต่อเนื่อง ช่วงเริ่มต้นจะพบอุปสรรคอย่างมาก เพราะเป็นเรื่องที่เราไม่เคยทำกัน
แต่ก็จะผ่านไปด้วยดี ถ้ามีความอดทน และเมื่อสรุปข้อมูลออกมา ขอให้ยอมรับและช่วยกันคิดต่อว่าจะทำอย่างไรกันดี
|
| จึงทำให้ครอบครัวเราต้องคุยกัน ผมตัดสินใจชาวแม่บ้าน เลิกทำไร่ข้าวโพด หันมาปลูกผักสวนครัว และทำวนเกษตร ในคติที่ว่า ปลูกทุกอย่างที่กิน และกินทุกอย่างที่ปลูก ในขณะเดียวกันผมก็ให้สัญญาและสาบานกับแม่บ้านว่าผมจะเลิกอบายมุขทั้งหมดโดยสิ้นเชิงเช่นเดียวกัน... | อุปกรณ์ เพียงสมุดหนึ่งเล่ม และปากกาหนึ่งด้านเท่านั้น ก็เริ่มต้นได้หรืออาจเริ่มง่ายๆ ด้วยตารางบันทึกรายจ่ายที่ทำเป็นตาราง ก็จะทำให้มีความสะดวกมากข้น |
เลยมานั่งคิดว่าอยากให้ครอบครัวอื่นๆ ในหมู่บ้านมีความสุขบ้าง จะทำอย่างไร |
|
เรื่องจาก...ผู้ใหญ่วิบูลย์ การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเอง พัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน, ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนป่าตะวันออก (วนเกษตร) 224 หมู่ 1 ต.ลาดกะทิง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา 24160
|
|
<<
กลับหน้าแรก << กลับหน้ากรณีศึกษา |
|
![]() |
|