พ่อครัวใหญ่ 2554
-
Categories
-
Hits1723 views
-
Favourites
-
Createdพฤหัสบดี, 22 ธันวาคม 2011
-
Created byพ่อครัวเล็ก
-
Last modifiedพฤหัสบดี, 22 ธันวาคม 2011
พ่อครัวใหญ่

บรรยากาศและสาระงาน ประจำปี พ.ศ. 2554
ณ บ้านปางยาง ตำบล ภูคา อำเภอ ปัว จังหวัด น่าน 16 ธ.ค.-18 ธ.ค.54
งานพ่อครัวใหญ่ เป็นงานที่จัดประจำทุกปี เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเพื่อจัดทัพงานขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืน นับเป็นงานรวมพลนักก่อการคนเล็ก คนน้อยทั่งรุ่นเก่าและใหม่ เป็นกิจกรรมเวทีที่คลาสสิกร่วมสมัย ที่มีสาระของประเด็นพื้นฐานทั้งที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปและประเด็นใหม่ภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างจากอดีต เช่น เรื่องภัยพิบัติอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

ในปีนี้งานพ่อครัวใหญ่ สมาชิกเครือข่ายฯ ต้องไต่สูงขึ้นไปพบปะกันที่ยอดภู นับรวมกันแล้วประมาณหกสิบชีวิต จากทุกภาคของประเทศ จากลานยอดดอยที่เคยเงียบมองรอบเต็มไปด้วยยอดดอยอื่นสูงๆ ต่ำๆ สลับกันไป ในระหว่างช่วงวันที่ 16 ธันวาคม ถึง 18 ธันวาคม กลายเป็นคึกคักมีชีวิตชีวา ผู้คนทักทายด้วยมิตรไมตรี ดังว่าพี่น้องไม่ได้ทายทักกันนาน ภายใต้หมอกหนาวยามค่ำคืนจึงได้มีการแลกเปลี่ยนเรื่องราวรอบกองไฟ ทั้งเรื่องหนัก เรื่องเบา อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยกัน

ยามค่ำคืน คือ สุขที่ได้พบพานพันธมิตรเก่า ยามเช้าของทุกวันเป็นช่วงของเนื้อหาสาระ แนวทางขับเคลื่อนเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกในประเด็นต่างๆ ผู้เข้าร่วมได้มีการแลกเปลี่ยนให้ความคิดเห็น เสนอแนวทาง เพิ่มเติมข้อมูลกันอย่างเป็นจริงเป็นจัง ดังตัวอย่างบางตอนของการแลกเปลี่ยน
“นักเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่าประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาระดับกลาง และเป็นประเทศอุตสาหกรรม เมื่อเปรียบเทียบแล้วคนที่มีรายได้จากภาคอุตสาหกรรม มีมากกว่าภาคการเกษตร ในหมู่บ้านภาคกลางและอีสาน เมื่อพิจารณาอาจจะพบว่ามีปริมาณใกล้เคียงกันระหว่างคนในภาคเกษตรกับอุตสาหกรรม” (อุบล อยู่หว้า 16 ธ.ค.54)
“การทำงานของเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกผ่านมาประมาณ 22 ปี ทำงานนโยบายเพื่อผลักดันนโยบายร่วมกัน ในอดีตตอนเริ่มโครงการนำร่อง ฯ แผนของกระทรวงเกษตรร้อยละ 0.23 สนับสนุนเรื่องเกษตรอินทรีย์ และนอกนั้นเป็นการสนับสนุนเรื่องเกษตรเคมี การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลทำให้ขาดความต่อเนื่องในการดำเนินการ นโยบาย และงานของรัฐบาลชุดก่อน จะไม่ต่อเนื่องและรัฐบาลใหม่จะไม่ใช้คำเดิมในการทำงาน (ทัศนีย์ วีระกันต์ 16 ธ.ค.54)
“กรอบการจัดการน้ำ การผูกขาดด้านการเมือง และข้อมูลข่าวสารทั้งหมดต้องแปลสามชั้นเพื่อทำความเข้าใจ แยกข้อเท็จจริง กฎหมายนโยบายหลายตัวที่เป็นปัญหาอยู่ การมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำกลไกคณะทำงานลุ่มน้ำแทบไม่สามารถใช้ได้ ควรจะหันกลับมาจัดการตนเอง” (เอกชัย อิสระทะ 17 ธ.ค.54)
“การตอบโจทย์ คือ การใช้วิถีแบบชาวบ้าน ที่สุรินทร์ เลี้ยงหมูครอบครัวละ 5 – 10 เพื่อที่จะมีรายได้ ถ้าจะมีวิธีการยึดคืน ใช้วิธีการ เลี้ยงแบบนี้โดยการขยายครอบครัวที่เลี้ยง ดีกว่า ส่วนวิธีการจัดการตลาด เลี้ยงเองขายเอง โดยการขายในตลาดท้องถิ่น และตลาดสีเขียวที่มีอยู่ในเครือข่าย” (คุณเสรี อินแป้น เครือข่าย จ. สุรินทร์ 17 ธ.ค.54)
“อย่าหลงคารมนายทุน นักการเมืองอย่าไปหลงเชื่อยางตาเขียว ทุกวันนี้ภาคใต้ ฝนตกหนักเป็นโรคแคงเกอร์ หน้ายางตาย เจ้าหน้าที่ก็ช่วยไม่ได้ ดินสไลด์ง่าย สังคมทุกวันนี้ทุกพื้นที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งน่าเป็นห่วง สิ่งที่ควรจะรักษาไว้คือ เศรษฐกิจพอเพียง” (สมบูรณ์ เข็มทอง เครือข่าย จ. ตรัง 18 ธ.ค.54)
ดังกล่าวเป็นตัวอย่างถ้อยความคิด ถ้อยวาจา ที่พี่น้องเครือข่ายได้ช่วยแสดงความคิดเห็นในประเด็นชวนคุย ซึ่งพอที่จะสรุปได้ว่า ใน 3 วันมีเนื้อหาที่พูดคุยเกี่ยวข้องกับเรื่อง เกษตรพันธะสัญญา, ยกเลิกการขึ้นทะเบียนสารเคมี, การจัดการน้ำเพื่อความยั่งยืน, วิถีชีวิตภูมิปัญญากับทางรอดเกษตรกร, พ.ร.บ พันธุ์พืช, ความมั่นคงทางด้านอาหาร, เกษตรกรรมยั่งยืนภายใต้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง, แนวทางจัดกลไกเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก, และการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย
อย่างไรก็ตามในวันสุดท้าย ต่างก็ได้ร่ำรากันอย่างง่ายๆ แบบคนพูดจาภาษาเดียวกัน เข้าใจโลกคล้ายๆ กัน ได้เชิญนายสมหมาย พะนาสัน และทีมงาน ได้พูดแสดงความรู้สึกในการจัดงานครั้งนี้ในฐานะเจ้าของสถานที่ และผู้เข้าร่วมได้ช่วยกันสะท้อนถึงการจัดงานครั้งนี้ ว่า มีความประทับใจ โดยเฉพาะพี่น้องทางภาคใต้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จะจำไปอีกนานกับน้ำอาบที่เย็นปานน้ำแข็งของบ้านปางยาง เมื่อได้พูดคุยถึงความประทับใจและร่ำรา จากนั้นทางเจ้าบ้านได้มอบของที่ระลึกให้แก่ทุกเครือข่ายที่เข้าร่วม การรวมตัวกันของเครือข่ายๆ จึงได้สิ้นสุดลงต่างก็แยกย้ายเดินทางไปในภูมิภาคของตนเองด้วยภาพรอบกองไฟยังตรึงใจไปอีกนานจนกระทั่งปีหน้าการรวมตัวเช่นนี้จะเกิดขึ้นที่ชุมชนกำแมด อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร อีกครา







